- Bareo
- มกราคม 2026
สำหรับบ้านหรู
หลายครั้งที่เจ้าของบ้านติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนแล้วพบว่า น้ำร้อนไหลออกมาเบา หรือปริมาณไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานจริง สาเหตุหลักมาจากการ คำนวณขนาดของเครื่องทำน้ำร้อนไม่เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานในบ้าน หากเลือกเครื่องเล็กเกินไป น้ำร้อนจะหมดเร็ว แต่หากเลือกเครื่องใหญ่เกินไปก็สิ้นเปลืองค่าไฟและพื้นที่ติดตั้งโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อและติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อน นอกจากการเลือกเครื่องทำน้ำร้อนให้เหมาะสมกับการใช้งานแล้ว เจ้าของบ้านจึงควรคำนวณความต้องการใช้น้ำร้อนในบ้านให้ชัดเจนเสียก่อน
ปริมาณน้ำร้อนต่อการใช้งาน
ปริมาณน้ำร้อนที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และรูปแบบการใช้งาน (ความเบา-แรงของการเปิดน้ำ) เช่น
- Shower (ฝักบัวธรรมดา) : ประมาณ 6–8 ลิตรต่อนาที
- Rain Shower : ประมาณ 10–15 ลิตรต่อนาที
- Bathtub (อ่างอาบน้ำ) :
- อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก 120-150 ลิตร
- อ่างอาบน้ำขนาดกลาง 180-240 ลิตร
- อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ 300-500 ลิตร
- อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่พิเศษ 500-620 ลิตร
วิธีคำนวณปริมาณน้ำร้อนที่เหมาะสม สำหรับเครื่องทำน้ำร้อนแบบ หม้อต้มน้ำร้อน
1. กำหนดอุปกรณ์ที่ใช้งานพร้อมกัน
เช่น หากบ้านมี 2 ห้องน้ำ ใช้งานพร้อมกัน โดยแต่ละห้องมี Rain Shower ก็ต้องเผื่อคำนวณตามการใช้งานสูงสุด = ใช้งานพร้อมกันสูงสุด 30 ลิตรต่อนาที
2. คำนวณปริมาณน้ำร้อนต่อครั้ง
โดยการเอาปริมาณน้ำ x ระยะเวลาที่อาบน้ำ เช่น
ใช้ Rain Shower 10 นาที → 15 ลิตร/นาที × 10 นาที = 150 ลิตร
หากมี 2 ห้องใช้งานพร้อมกัน = 300 ลิตร เป็นจำนวนมากที่สุด (Maximum) สำหรับการใช้น้ำร้อน
3. กะค่าประมาณอุณหภูมิที่ใช้อาบน้ำ
โดยปกติเวลาอาบน้ำร้อน เราจะมีน้ำเย็นผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้น้ำเป็นน้ำอุ่นพอดีอาบ ซึ่งโดยปกติเครื่องต้มน้ำร้อนจะต้มน้ำให้มีอุณหภูมิ 60-70°C ดังนั้นโดยปกติอัตราการผสมน้ำร้อน-น้ำเย็นจะอยู่ที่ 40:60 หรือเท่ากับอุณภูมิอาบน้ำอยู่ที่ (60×0.40) + (28×0.60) = 24.0 + 16.8 = 40.8°C
- โดยปกติอุณภูมิน้ำในถังเก็บน้ำจะอยู่ที่ 28 องศา หากเป็นหน้าหนาวอาจลดลงถึง 24 องศา
- อุณหภูมิอาบน้ำที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 38 องศา แต่น้ำที่ออกมาจาก Shower ที่อยู่สูง อุณหภูมิอาจลดลงประมาณ 1-3 องศา เมื่อน้ำมาถึงตัวเรา
ดังนั้นปริมาณการใช้น้ำร้อน 40% ของ 150 ลิตร = 60 ลิตร ต่อ Rain Shower 1 จุด และ 120 ลิตรต่อ Rain Shower 2 จุด
4. เลือกขนาดถังของ หม้อต้มน้ำร้อน ที่ใกล้เคียงกับการใช้งาน
เมื่อได้ปริมาณน้ำร้อนที่ต้องการใช้มาแล้ว เช่น 120 ลิตร ปรับขึ้นเป็น 150 ลิตร ควรเลือกเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้มที่มีขนาดถัง 150 ลิตรขึ้นไป เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานจริง
5. เผื่อการใช้งานในอนาคต
หากครอบครัวมีแนวโน้มขยาย หรือมีผู้พักอาศัยเพิ่มควรเลือกถังของ หม้อต้มน้ำร้อน ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเพิ่มจำนวนเครื่องทำน้ำร้อน เพื่อไม่ให้ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ในอนาคต
คำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านงาน ออกแบบตกแต่งภายใน
- ห้องน้ำแต่ละห้อง หากอยู่ห่างกันเกินกว่า 4 เมตร ควรติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนแยกกัน จะประหยัดไฟกว่า และทำให้แต่ละห้องได้รับน้ำร้อนเร็วกว่า เพราะน้ำที่ค้างอยู่ในท่อ จะมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง ดังนั้น กว่าน้ำร้อนจะมาถึง ก็ต้องไล่น้ำที่ค้างอยู่ออกไปเสียก่อน
- ห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่มาก และมีทั้ง Shower และอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ควรติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อน 2 ชุด โดยชุดแรกเป็นเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม เพื่อจ่ายน้ำร้อนให้กับอ่างอาบน้ำและ Shower ส่วนชุดที่สองให้ติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนแบบ Instant เพื่อจ่ายให้กับก็อกอ่างล้างหน้าแยกต่างหาก จะประหยัดกว่า และได้รับน้ำร้อนเร็วกว่า
การเลือก เครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม ต้องคำนวณจากรูปแบบการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นฝักบัวธรรมดา Rain Shower หรืออ่างอาบน้ำ ซึ่งใช้ปริมาณน้ำแตกต่างกัน หากคำนวณผิด อาจทำให้น้ำร้อนไม่พอหรือไหลเบาได้ การเลือกใช้ขนาดถังที่เหมาะสมตั้งแต่แรก จะทำให้การใช้งานสะดวกสบาย คุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของบ้านคุณได้อย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเลือกเครื่องทำน้ำร้อนที่เหมาะสมอย่างมืออาชีพเลือกเครื่องทำน้ำร้อนอย่างมืออาชีพ สำหรับบ้านหรู ได้ เพื่อที่จะสามารถเลือกซื้อเครื่องทำน้ำร้อนได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
สนใจงานออกแบบตกแต่งภายในที่ใช้สีสูตรน้ำ ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย… Bareo ยินดีให้คำปรึกษาและดูแลเนรมิตห้องในฝันของคุณให้กลายเป็นความจริง
- LINE Official: @bareo
- Facebook Fanpage: Design by Bareo
- โทร: 083-899-9989
เขียนโดย : Than.T (ธันย์ชนก ธรรมกุลางกูร)
จบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 2019 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Business Design จาก Domus Academy (Milan) ด้วยเกรด 106/110 ในปี 2020
จากนั้นเข้ารับการอบรมหลักสูตร “Chinese for Foreigners” เป็นเวลา 1 ปีที่ Donghua University (Shanghai) และได้รับเกียรติบัตร “Excellent Student” ในภาคการศึกษาที่ 1 และ 2 ของปี 2024–2025
สนใจงานออกแบบและการเขียนมาตั้งแต่วัยมัธยม โดยเริ่มต้นเขียนบทความแรกตั้งแต่ชั้น ม.3 และสานต่อมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการเขียนเกี่ยวกับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม งานศิลปะ และการตกแต่งภายใน
ที่ปรึกษางานเขียน :
Interior Designer และผู้ก่อตั้งบริษัท Bareo Co.,Ltd.
ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานออกแบบตกแต่งภายในระดับแนวหน้าของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปี ในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความงาม และสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง พร้อมบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทีมออกแบบที่พาโครงการของบริษัทคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย คือเครื่องยืนยันถึงวิสัยทัศน์ ความชำนาญ และความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการออกแบบไทยสู่เวทีโลก
รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.