- Bareo
- มิถุนายน 2026
เมื่อบ้านที่ดีต้องตอบโจทย์ทุกสมาชิกในครอบครัว
ในปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน แต่กลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว กระต่าย หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ เจ้าของบ้านจำนวนมากจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับทั้งคนและสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกัน
ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง Pet-Friendly Home จึงได้รับความนิยมมากขึ้นในวงการ ออกแบบตกแต่งภายใน โดยเฉพาะบ้านระดับพรีเมียมที่ต้องการความสวยงาม ควบคู่ไปกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตที่ดีของสมาชิกทุกคนในบ้าน
ทำไมการออกแบบบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงสำคัญ
หลายคนอาจมองว่าสัตว์เลี้ยงสามารถปรับตัวเข้ากับบ้านได้ทุกแบบ แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดมีผลต่อการใช้งานพื้นที่อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น สุนัขมักต้องการพื้นที่สำหรับเดินและวิ่ง ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเผาผลาญพลังงานในร่างกาย, แมวต้องการพื้นที่สำหรับปีนป่าย และมุมสงบสำหรับพักผ่อน หรือ สัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่เหมาะสมและปลอดภัย
การวางแผนตั้งแต่ขั้นตอน ออกแบบภายใน จึงช่วยลดปัญหาที่มักพบในระยะยาว เช่น พื้นเสียหายจากรอยขีดข่วน เฟอร์นิเจอร์ชำรุด การทำความสะอาดที่ยุ่งยาก หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน
1. เลือกวัสดุที่ทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษา
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง คือ การเลือกวัสดุที่เหมาะสม โดยเฉพาะ “พื้นบ้าน” เพราะพื้นจะเป็นส่วนที่สัตว์เลี้ยงสัมผัสมากที่สุด จึงควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ไม่ลื่น ทนต่อการขีดข่วน ทำความสะอาดง่าย และไม่สะสมความชื้น วัสดุที่ได้รับความนิยม ได้แก่ พื้นกระเบื้อง, พื้นไม้ที่เคลือบสารกันรอยขีดข่วน, พื้น SPC ไปจนถึงกระเบื้องยาง
อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงพื้นผิวที่ลื่นมากไปจนสัตว์เลี้ยงเดินไม่มั่นคง เพราะอาจทำให้ขาบิด ไปจนถึงส่งผลต่อข้อต่อและกระดูกในระยะยาว โดยเฉพาะสุนัขขนาดใหญ่หรือสัตว์เลี้ยงสูงวัย
อีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะต้องคำนึงถึง ได้แก่ ผนัง และ เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ที่สัตว์เลี้ยงมักสัมผัสบ่อย ควรเลือกวัสดุที่เช็ดทำความสะอาดง่าย และทนต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน วัสดุประเภท High Pressure Laminate (HPL) หรือวัสดุปิดผิวคุณภาพสูง สามารถช่วยลดการเกิดรอยและยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ได้เป็นอย่างดี
2. ออกแบบพื้นที่ให้ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง
ความสวยงามเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากพื้นที่นั้นยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ… ในการ ออกแบบตกแต่งภายใน สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ควรคำนึงถึงรายละเอียดต่อไปนี้
- หลีกเลี่ยงมุมแหลมคม :
โต๊ะกลาง ชั้นวาง หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีมุมแหลม อาจเป็นจุดเสี่ยงเมื่อสัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นภายในบ้าน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีมุมมนจะช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้มากขึ้น
- จัดเก็บสายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เป็นระเบียบ :
สัตว์เลี้ยงบางชนิด โดยเฉพาะลูกสุนัขและลูกแมว มักมีพฤติกรรมกัดแทะสิ่งของ ดังนั้นการซ่อนสายไฟภายในผนัง หรือออกแบบระบบเดินสายให้เป็นระเบียบตั้งแต่ต้น จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสวยงามของพื้นที่ในเวลาเดียวกัน
- วัสดุและสีที่ปลอดสารพิษ :
ควรเลือกสีทาผนัง กาว และวัสดุตกแต่งที่มีสารระเหยต่ำ (Low VOC) เช่น ไม้อัดเกรด E0 หรือ E1 และ สีสูตรน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
3. จัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้สัตว์เลี้ยง
เช่นเดียวกับมนุษย์ สัตว์เลี้ยงก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวสำหรับพักผ่อน การจัดสรรพื้นที่เฉพาะไว้ให้สำหรับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ขั้นตอน ออกแบบภายใน จะช่วยให้บ้านเป็นระเบียบมากขึ้น และยังช่วยลดความเครียดของสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย ให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกเหมือนมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองภายในบ้านจริงๆ
การออกแบบให้พื้นที่เหล่านี้กลมกลืนไปกับงานตกแต่งโดยรวม จะช่วยรักษาความสวยงามของบ้านได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนที่ถูกเพิ่มเข้ามาภายหลัง
4. ออกแบบพื้นที่แนวตั้งสำหรับแมว
สำหรับบ้านที่เลี้ยงแมว การใช้พื้นที่แนวตั้งถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก แมวมีสัญชาตญาณในการปีนป่ายและชอบสังเกตสิ่งต่างๆ จากที่สูง การออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น Cat Walk, ชั้นลอยสำหรับแมว, บันไดแมว, ช่องทางเดินเชื่อมผนัง ไปจนถึงมุมชมวิวบริเวณหน้าต่าง จะช่วยตอบสนองต่อพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมวได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังช่วยให้แมวได้ออกกำลังกาย ลดความเครียด และลดพฤติกรรมทำลายเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านอีกด้วย
5. คำนึงถึงการระบายอากาศและคุณภาพอากาศภายในบ้าน
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงมักมีขน ฝุ่น และกลิ่นสะสมมากกว่าปกติ ดังนั้นการวางระบบอากาศจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม และแนวทางที่นิยมใช้ในการ ออกแบบตกแต่งภายใน บ้านยุคใหม่ ได้แก่
- การวางตำแหน่งช่องเปิดเพื่อสร้างช่องลมแบบ Cross Ventilation
- การติดตั้งระบบกรองอากาศ
- การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่รองรับขนสัตว์
- การเลือกใช้วัสดุที่ไม่กักเก็บฝุ่น
นอกจากจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยทุกคนภายในบ้านอีกด้วย
6. ออกแบบพื้นที่ทำความสะอาดให้ใช้งานสะดวก
หนึ่งในปัญหาที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงพบเป็นประจำ คือ การทำความสะอาดบ้าน การวางแผนพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรก จะช่วยลดภาระในระยะยาวได้อย่างมาก เช่น
- พื้นที่ล้างเท้าสัตว์เลี้ยงก่อนเข้าบ้าน
- ห้องซักล้างสำหรับอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
- ตู้เก็บอาหารสัตว์แบบ Built-in
- พื้นที่เก็บของเล่นและอุปกรณ์ต่างๆ ของสัตว์เลี้ยง
การออกแบบที่ดีจะช่วยให้ทุกอย่างมีที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ และช่วยให้บ้านดูเรียบร้อยอยู่เสมอ
บ้านที่ดี คือบ้านที่เข้าใจทุกสมาชิกในครอบครัว
การมีสัตว์เลี้ยงไม่ควรเป็นข้อจำกัดของความสวยงามในการตกแต่งบ้าน ตรงกันข้าม หากมีการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้น บ้านสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงได้พร้อมกัน
การทำงานร่วมกับ บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการอยู่อาศัยของสมาชิกทุกคนในบ้าน รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพื่อนำไปสู่การออกแบบพื้นที่ที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และรองรับการใช้ชีวิตในระยะยาว
เพราะบ้านที่ดีไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างความสุข ความปลอดภัย และความอบอุ่นให้กับทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในบ้านนั่นเอง
Where Luxury
become heritage…
สนใจงานออกแบบตกแต่งภายใน ดูผลงานของเราเพิ่มเติมได้ที่ Portfolio / Live Portfolio
ติดต่อเรา | Contact Us
Call/Whatsapp :
(+66) 61 846 6633
E-mail :
LINE Official :
Facebook :
WeChat :
bareoth
FAQ : สัตว์เลี้ยง กับงานออกแบบตกแต่งภายใน
Q1 : บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบหรือไม่?
ควร เพราะการวางแผนตั้งแต่ขั้นตอน ออกแบบภายใน จะช่วยให้สามารถเลือกวัสดุ พื้นที่ใช้งาน และระบบจัดเก็บต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ลดปัญหาการปรับปรุงหรือแก้ไขภายหลัง และช่วยให้บ้านตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในระยะยาว
Q2 : พื้นประเภทใดเหมาะสำหรับบ้านที่เลี้ยงสุนัขหรือแมว?
พื้นที่เหมาะสมควรมีคุณสมบัติทนรอยขีดข่วน ไม่ลื่น และทำความสะอาดง่าย เช่น พื้นกระเบื้อง, พื้นไม้ที่เคลือบสารกันรอยขีดข่วน, พื้น SPC ไปจนถึงกระเบื้องยาง ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในงาน ออกแบบตกแต่งภายใน บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
Q3 : เฟอร์นิเจอร์ Built-in เหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือไม่?
เหมาะอย่างมาก เพราะสามารถออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงได้โดยเฉพาะ เช่น มุมนอนใต้บันได ตู้เก็บอาหารสัตว์เลี้ยง หรือ ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวที่ต่างกัน ซึ่งจะช่วยให้บ้านเป็นระเบียบและใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น
Q4 : วัสดุหุ้มโซฟาแบบไหนเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง?
ควรเลือกวัสดุที่ทนต่อรอยขีดข่วนและทำความสะอาดง่าย เช่น ผ้า Performance Fabric หนังสังเคราะห์คุณภาพสูง หรือผ้าที่มีคุณสมบัติกันน้ำและกันคราบ เพื่อยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์
Q5 : การออกแบบบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยงจะทำให้บ้านดูไม่หรูหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป หากมีการวางแผนโดย บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีประสบการณ์ สามารถออกแบบฟังก์ชันสำหรับสัตว์เลี้ยงให้กลมกลืนกับสไตล์ของบ้านได้อย่างสวยงาม โดยไม่กระทบต่อภาพลักษณ์หรือความหรูหราของพื้นที่
ปัจจุบันบ้านหรูหลายแห่ง มีการออกแบบพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ห้อง Grooming ส่วนตัว มุมพักผ่อนแบบ Built-in พื้นที่วิ่งเล่น หรือระบบจัดเก็บอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงที่ซ่อนอยู่ภายในงานตกแต่ง
Q6 : บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงควรให้ความสำคัญกับระบบระบายอากาศมากแค่ไหน?
ระบบระบายอากาศถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะช่วยลดกลิ่น ลดฝุ่น และลดการสะสมของขนสัตว์ภายในบ้าน การวางแผนเรื่องทิศทางลม ช่องเปิด และระบบกรองอากาศตั้งแต่ขั้นตอน ออกแบบภายใน จะช่วยยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้านได้อย่างมาก
เขียนโดย : Than.T (ธันย์ชนก ธรรมกุลางกูร)
จบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 2019 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Business Design จาก Domus Academy (Milan) ด้วยเกรด 106/110 ในปี 2020
จากนั้นเข้ารับการอบรมหลักสูตร “Chinese for Foreigners” เป็นเวลา 1 ปีที่ Donghua University (Shanghai) และได้รับเกียรติบัตร “Excellent Student” ในภาคการศึกษาที่ 1 และ 2 ของปี 2024–2025
สนใจงานออกแบบและการเขียนมาตั้งแต่วัยมัธยม โดยเริ่มต้นเขียนบทความแรกตั้งแต่ชั้น ม.3 และสานต่อมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการเขียนเกี่ยวกับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม งานศิลปะ และการตกแต่งภายใน
เขียนโดย : lemonet24 (ณัฐชตา พรหมทวด)
จบปริญาตรี คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขา กราฟิกและมัลติมิเดีย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด กราฟิกสำหรับแบรนด์ และทำสื่อประกอบบทความออนไลน์ มีความสนใจในด้านงานออกแบบ มีประสบการณ์ทำงานเป็น Editor ของบทความเกี่ยวกับงานออกแบบและ Lifestyle มากว่า 10 ปี ก่อนจะเริ่มสร้างสรรค์ เขียนบทความตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมาภายใต้นามปากกา lemonet24
ที่ปรึกษางานเขียน :
Interior Designer และผู้ก่อตั้งบริษัท Bareo Co.,Ltd.
ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานออกแบบตกแต่งภายในระดับแนวหน้าของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปี ในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความงาม และสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง พร้อมบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทีมออกแบบที่พาโครงการของบริษัทคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย คือเครื่องยืนยันถึงวิสัยทัศน์ ความชำนาญ และความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการออกแบบไทยสู่เวทีโลก
รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.