ออกแบบภายใน Open Plan จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

ออกแบบภายใน Open Plan

จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

Open Plan คือแนวคิดการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านแบบเปิดโล่งโดยลดการกั้นผนังระหว่างห้อง เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยหลัก เช่น Living Room, Dining Room และ Kitchen ให้ไหลต่อเนื่องกัน ความท้าทายสำคัญของการออกแบบ Open Plan ในบ้านหรูคือการจัดโซนให้แต่ละพื้นที่ยังคงมีขอบเขตและฟังก์ชันที่ชัดเจน โดยไม่ทำให้บ้านดูรกหรือเวิ้งว้างจนขาดความเป็นส่วนตัว Bareo จะพาไปทำความเข้าใจแนวคิด Open Plan อย่างลึกซึ้ง พร้อมเทคนิคจัดโซนที่ใช้ได้จริง 6 เทคนิค ตั้งแต่การวาง Furniture, Lighting, Flooring ไปจนถึงการออกแบบ Ceiling และการเลือกวัสดุ เพื่อให้บ้านหรูของคุณดูกว้างขวาง หรูหรา และใช้งานได้อย่างลงตัวในทุกมิติ

ออกแบบภายใน Open Plan จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

Open Plan คืออะไร ทำไมบ้านหรูยุคใหม่ถึงเลือกใช้

Open Plan หมายถึงการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านให้พื้นที่ใช้สอยหลายส่วนอยู่รวมกันในบริเวณเดียวโดยไม่มีผนังทึบกั้น แต่ยังคงแบ่งแยกฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างชัดเจนผ่านองค์ประกอบทางการออกแบบ เช่น เฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ วัสดุพื้น หรือระดับฝ้าเพดาน แนวคิดนี้แตกต่างจากการแบ่งห้องแบบดั้งเดิมที่ใช้ผนังเป็นตัวกำหนดขอบเขตพื้นที่อย่างตายตัว ซึ่งแม้จะให้ความเป็นส่วนตัวสูง แต่ก็จำกัดมุมมองและการไหลเวียนของแสงธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ดูแคบและขาดความต่อเนื่อง

สำหรับบ้านหรู การออกแบบตกแต่งภายใน Open Plan ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพักผ่อนและต้อนรับแขกที่ดูกว้างขวาง โอ่โถง และเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัวเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้นักออกแบบภายในได้แสดงศักยภาพในการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เฉพาะ หรือวัสดุพรีเมียม ให้กลายเป็นจุดเด่นของบ้านที่มองเห็นได้จากหลายมุมมอง สร้างความรู้สึกหรูหราและมีระดับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่ตัวบ้าน

ออกแบบภายใน Open Plan จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

การออกแบบควรเริ่มจากลำดับพื้นที่ให้เกิด Flow ที่ดี

การออกแบบ Open Plan ที่ดีไม่ได้หมายถึงการเปิดพื้นที่ทุกส่วนให้เชื่อมต่อกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึง Flow หรือความต่อเนื่องของพื้นที่ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่บ้าน ไปจนถึงพื้นที่ใช้งานแต่ละส่วน เพื่อให้การเดิน การมองเห็น และการใช้งานเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและลงตัว

  1. เริ่มจาก Entrance และสร้างมุมมองแรกที่ชัดเจน

ทางเข้าบ้านควรได้รับการออกแบบให้นำสายตาของผู้มาเยือนเข้าสู่พื้นที่หลักของบ้านทันที เช่น Living Room ที่มีการจัดวางอย่างสวยงาม หรือมุมมองที่เชื่อมต่อไปยังวิวสวนด้านนอก โดยไม่ควรเปิดให้เห็นพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เช่น Kitchen หรือพื้นที่ Service ตั้งแต่แรกเข้า การจัดลำดับมุมมองในลักษณะนี้ช่วยสร้าง First Impression ที่น่าประทับใจ และทำให้บ้านดูมีมิติ มีเรื่องราวให้ค่อย ๆ ค้นพบระหว่างเดินสำรวจพื้นที่

  1. วางพื้นที่ตามลำดับการใช้งาน

พื้นที่ใน Open Plan ควรมีความสัมพันธ์กันตามลำดับกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เริ่มจาก Entrance ต่อเนื่องไปยัง Living Room, Dining Room และ Kitchen ตามลำดับ โดยแต่ละพื้นที่ยังคงเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว แต่มีหน้าที่การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การวางผังในลักษณะนี้ทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้านลื่นไหล ไม่รู้สึกว่าพื้นที่ทั้งหมดถูกนำมารวมกันโดยขาดการวางแผน

  1. กำหนด Circulation ให้เดินได้สะดวก

เส้นทางเดินภายในบ้านควรมีความต่อเนื่อง ไม่ถูกขวางด้วยเฟอร์นิเจอร์หรือองค์ประกอบตกแต่งต่าง ๆ การจัดวางโซฟา โต๊ะรับประทานอาหาร หรือ Kitchen Island จึงควรพิจารณาทั้งขนาดของเฟอร์นิเจอร์และระยะที่เหมาะสมสำหรับการเดินผ่าน เพื่อให้สมาชิกในบ้านและแขกที่มาเยือนสามารถเคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่รู้สึกอึดอัดหรือคับแคบ

  1. สร้าง Visual Flow ผ่านมุมมอง

นอกจากการเดินแล้ว Open Plan ยังต้องคำนึงถึง Visual Flow หรือการเชื่อมต่อทางสายตาระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ เช่น เมื่อนั่งอยู่ใน Living Room ควรสามารถมองเห็นงานศิลปะ พื้นที่ Dining Area หรือสวนด้านนอกได้อย่างต่อเนื่อง การจัดวางองค์ประกอบเหล่านี้อย่างมีจังหวะและสมดุลจะช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขวางขึ้น และเพิ่มความหรูหราให้กับบรรยากาศโดยรวมของบ้าน

  1. ใช้องค์ประกอบ Interior ช่วยแบ่งโซน

แม้จะไม่มีผนังกั้นระหว่างพื้นที่ แต่ก็สามารถสร้างขอบเขตของแต่ละโซนได้ด้วยองค์ประกอบทางการออกแบบภายใน เช่น เฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ วัสดุพื้น ฝ้าเพดาน และวัสดุตกแต่ง ยกตัวอย่างเช่น การใช้โซฟาเป็นตัวกำหนดขอบเขตพื้นที่ Living Room การใช้ Pendant Light สร้างจุดเด่นเหนือโต๊ะ Dining Table หรือการใช้ Kitchen Island เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ Kitchen และ Dining Area เข้าด้วยกัน

  1. เชื่อมต่อ Indoor กับ Outdoor

สำหรับบ้านหรู การออกแบบ Flow ไม่ควรหยุดอยู่เพียงแค่ภายในตัวบ้าน แต่ควรขยายความต่อเนื่องไปยังพื้นที่ภายนอก เช่น Terrace, Garden หรือ Pool Area การเปิดมุมมองผ่านผนังกระจกบานใหญ่ และการเลือกใช้วัสดุที่มีความต่อเนื่องกันระหว่างพื้นที่ Indoor และ Outdoor จะช่วยให้พื้นที่อยู่อาศัยรู้สึกกว้างขวางขึ้น พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

ออกแบบภายใน Open Plan จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

เทคนิคจัดโซนบ้านหรูสไตล์ Open Plan ให้ลงตัว 6 เทคนิค

เมื่อเข้าใจหลักการวาง Flow ของพื้นที่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำเทคนิคการจัดโซนมาใช้ เพื่อให้พื้นที่ Open Plan มีความชัดเจนในการใช้งาน โดยยังคงความรู้สึกเปิดโล่งและหรูหราไว้อย่างครบถ้วน

  1. Furniture Zoning การใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก เช่น โซฟา โต๊ะรับประทานอาหาร หรือ Kitchen Island เป็นตัวกำหนดขอบเขตของแต่ละพื้นที่ เป็นวิธีที่ได้ผลและเป็นธรรมชาติที่สุด เพราะเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มีฟังก์ชันการใช้งานเฉพาะตัวอยู่แล้ว การจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสมจึงช่วยแบ่งโซนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผนังกั้น
  2. Lighting Zoning การใช้แสงไฟที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ช่วยสร้างบรรยากาศเฉพาะตัวและกำหนดฟังก์ชันของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เช่น การติดตั้ง Pendant Light เหนือโต๊ะ Dining Table เพื่อดึงความสนใจไปยังพื้นที่รับประทานอาหาร หรือการใช้ Accent Lighting ในพื้นที่ Living Area เพื่อสร้างมุมพักผ่อนที่อบอุ่นและมีมิติ
  3. Flooring & Material การเลือกใช้วัสดุปูพื้นหรือลวดลายที่แตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ช่วยบอกขอบเขตของแต่ละโซนได้อย่างแนบเนียน โดยยังคงรักษาโทนสีและอารมณ์ของการตกแต่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งกันทางสายตา
  4. Ceiling Design การออกแบบฝ้าเพดานให้มีระดับความสูงที่แตกต่างกัน หรือการเพิ่มรายละเอียดบนฝ้าเพดาน เช่น การทำ Cove Ceiling หรือ Coffered Ceiling เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยสร้าง Visual Boundary ระหว่างพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องมีผนังกั้นแต่อย่างใด
  5. Decorative Elements การใช้องค์ประกอบตกแต่ง เช่น ระแนงไม้ ฉากกั้นตกแต่ง (Decorative Screen) งาน Built-in หรือผนังตกแต่งครึ่งบาน ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวในบางจุดของบ้านโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูทึบตันหรือปิดกั้นแสงธรรมชาติ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวบางส่วน เช่น มุมทำงานหรือพื้นที่รับประทานอาหารส่วนตัว
  6. คุมโทนสีให้เชื่อมโยงกันแต่มีรายละเอียดต่างกัน แม้แต่ละโซนจะมีฟังก์ชันต่างกัน แต่การคุมโทนสีหลักให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งบ้าน พร้อมเพิ่มรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูเป็นหนึ่งเดียว หรูหรา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน
ออกแบบภายใน Open Plan จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

การจัดโซนพื้นที่ใช้สอยหลักในบ้านหรูแบบ Open Plan

เมื่อนำเทคนิคทั้ง 6 ข้อมาประยุกต์ใช้ พื้นที่ใช้สอยหลักในบ้านหรูแบบ Open Plan ที่ควรให้ความสำคัญมีดังนี้

  • โซนรับแขก/นั่งเล่น ควรอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ตั้งแต่ทางเข้า เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมและการพักผ่อน
  • โซนรับประทานอาหาร ควรอยู่ระหว่างโซนนั่งเล่นและโซนครัว เพื่อความสะดวกในการเสิร์ฟอาหารและการสังสรรค์
  • โซนครัว ควรอยู่ในตำแหน่งท้ายสุดของ Flow เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของพื้นที่ ขณะเดียวกันยังคงเชื่อมต่อกับโซนรับประทานอาหารได้อย่างสะดวก
  • มุมทำงาน/พื้นที่ส่วนตัว สามารถแทรกอยู่ในมุมสงบของบ้าน โดยใช้ Decorative Elements ช่วยสร้างขอบเขตให้เกิดสมาธิในการทำงานโดยไม่ตัดขาดจากพื้นที่ส่วนรวม
ออกแบบภายใน Open Plan จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

วัสดุและองค์ประกอบที่ช่วยยกระดับ Open Plan ให้ดูหรูหรา

การเลือกวัสดุมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างความหรูหราให้กับพื้นที่ Open Plan โดยวัสดุที่นิยมใช้ในบ้านหรู ได้แก่

  • วัสดุธรรมชาติ เช่น หินอ่อน ไม้แท้ และโลหะทอง/ทองเหลือง ซึ่งให้พื้นผิวสัมผัสและลวดลายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร และเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ได้อย่างชัดเจน
  • กระจกบานใหญ่ ช่วยเปิดมุมมองเชื่อมต่อ Indoor และ Outdoor ทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ และทำให้พื้นที่ภายในดูกว้างขวางขึ้นอย่างมาก
  • พรมผืนใหญ่ ใช้สำหรับกำหนดขอบเขตของแต่ละโซนโดยไม่ต้องพึ่งผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นและความหรูหราให้กับพื้นที่ Living หรือ Dining ได้เป็นอย่างดี
Home Interior Design, House Interior Design, Interior Decoration, Interior Design, Interior Design & Decoration, Interior Design Company, Interior Design Thailand, Luxury Home Interior Design, Luxury Interior Design, Penthouse Interior Design, BAREO, Living in Thailand, Penthouse Interior Design, Interior Design Bangkok, Luxury Home, Interior Design Thailand, Interior Design Bangkok, Interior Design Company Thailand, Property in Thailand, International Living

ทำไมควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ออกแบบ

การออกแบบ Open Plan ในบ้านหรูมีความซับซ้อนที่ต้องอาศัยหลายมิติร่วมกัน ทั้งเรื่องโครงสร้างสถาปัตยกรรม ระบบแสง การเลือกวัสดุ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และการวางผังการใช้งาน ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการมองภาพรวมทั้งหมดพร้อมกัน หากขาดการวางแผนที่ดี พื้นที่ Open Plan อาจกลายเป็นพื้นที่ที่ดูรกหรือขาดความเป็นส่วนตัวได้ง่าย

บริษัท บาริโอ จำกัด (BAREO) เป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่มีประสบการณ์กว่า 36 ปี จากบริษัทรับออกแบบและตกแต่งภายในระดับโลกที่ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย ด้วยทีมงานออกแบบและตกแต่งภายในมืออาชีพที่เคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติ BAREO พร้อมให้บริการออกแบบตกแต่งภายในแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ไปจนถึงติดตั้ง เพื่อแก้ปัญหาช่างผู้รับเหมาที่ไม่ได้คุณภาพ ทำให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ว่าจะได้งานที่งดงามในทุกพื้นที่ใช้สอย พร้อมลูกเล่นที่แปลกตาไม่ซ้ำใคร และความลงตัวที่แฝงด้วยความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์

การออกแบบภายใน Open Plan สำหรับบ้านหรูไม่ใช่เพียงการเปิดพื้นที่ให้เชื่อมต่อกันเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการวางแผน Flow ของพื้นที่ การเลือกใช้เทคนิคจัดโซนที่เหมาะสมทั้ง 6 เทคนิค ไปจนถึงการเลือกวัสดุและองค์ประกอบตกแต่งที่ช่วยยกระดับความหรูหราให้กับบ้าน ความซับซ้อนของงานออกแบบเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในทุกมิติของการออกแบบ หากคุณกำลังมองหาบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่พร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร BAREO พร้อมเป็นผู้ช่วยออกแบบบ้านหรูในฝันของคุณให้กลายเป็นจริง ด้วยทีมงานมืออาชีพที่ได้มาตรฐานระดับสากล

หากคุณกำลังมองหาบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในเลือก บริษัท บาริโอ จำกัด เรามีประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรู ออกแบบตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบตกแต่งภายในสถานพยาบาล ออกแบบตกแต่งภายในอาคารสำนักงานและร้านอาหาร ด้วยประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในกว่า 36 ปี เราพร้อมให้บริการออกแบบตกแต่งภายในมาตรฐานสูงจากทีมงานมืออาชีพ

รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio  หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.

คำถาม FAQ สำหรับบทความ ออกแบบภายใน Open Plan จัดโซนบ้านหรูให้ลงตัว

1. การออกแบบภายในสไตล์ Open Plan คืออะไร?

Open Plan คือแนวคิดการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านแบบเปิดโล่ง โดยลดหรือยกเลิกการใช้ผนังทึบกั้นระหว่างห้อง เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยหลัก เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว ให้ลื่นไหลต่อเนื่องกัน การออกแบบลักษณะนี้จะใช้เฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ หรือวัสดุพื้นผิว ในการกำหนดขอบเขตพื้นที่แทน ทำให้บ้านดูโปร่งโล่งและทันสมัย

2. ทำไมบ้านหรูยุคใหม่จึงนิยมตกแต่งภายในแบบ Open Plan?

การออกแบบ Open Plan ช่วยขยายมุมมองให้พื้นที่ดูกว้างขวางโอ่อ่าสมกับสเกลของบ้านหรู เปิดโอกาสให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่และงานศิลปะให้โดดเด่นเป็นจุดนำสายตาได้ นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เน้นการทำกิจกรรมร่วมกัน เปิดให้สมาชิกในครอบครัวมีปฏิสัมพันธ์กันได้แม้จะอยู่ในโซนที่ต่างกัน

3. มีเทคนิคแบ่งโซนบ้าน Open Plan อย่างไรให้เป็นสัดส่วนโดยไม่ใช้ผนัง?

สามารถแบ่งโซนให้ลงตัวและยังคงความหรูหราได้ด้วย 6 เทคนิคหลัก ได้แก่:

  1. ใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก (เช่น โซฟา, Kitchen Island) กำหนดขอบเขต
  2. จัดโคมไฟหรือแสงสว่าง (Lighting) ให้ต่างกันในแต่ละโซน
  3. เปลี่ยนวัสดุหรือลวดลายของพื้น
  4. เล่นระดับหรือเพิ่มรายละเอียดบนฝ้าเพดาน
  5. ใช้ฉากกั้นตกแต่ง (Decorative Screen) หรือระแนงไม้
  6. คุมโทนสีหลักให้เหมือนกัน แต่สลับรายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละพื้นที่

4. การจัดผังพื้นที่ (Flow) ในบ้าน Open Plan ควรวางตำแหน่งห้องอย่างไรให้ลงตัว?

การวาง Flow ควรเรียงตามลำดับการใช้งานจริง เริ่มจากโถงทางเข้า (Entrance) นำสายตาเข้าสู่ โซนรับแขก/นั่งเล่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางบ้าน ตามด้วย โซนรับประทานอาหาร ที่อยู่กึ่งกลาง และจัดให้ โซนครัว อยู่ในตำแหน่งท้ายสุดเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยต้องเว้นระยะทางเดิน (Circulation) ให้กว้างขวางและเชื่อมต่อมุมมองทั้งในบ้านและนอกบ้าน (Indoor & Outdoor)

5. วัสดุตกแต่งแบบไหนที่ช่วยยกระดับพื้นที่ Open Plan ให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น?

ควรเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ เช่น หินอ่อน ไม้แท้ หรือโลหะสีทอง/ทองเหลือง เพื่อเพิ่มมูลค่าและผิวสัมผัสที่หรูหรา รวมถึงการติดตั้งกระจกบานใหญ่เพื่อดึงแสงธรรมชาติ และการปูพรมผืนใหญ่เพื่อช่วยตีกรอบพื้นที่แต่ละโซนให้ดูอบอุ่นและมีสไตล์

6. ทำไมการทำบ้าน Open Plan จึงควรใช้บริการบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในโดยเฉพาะ?

เนื่องจากการทำ Open Plan มีความซับซ้อนสูง ต้องประสานทั้งโครงสร้างสถาปัตยกรรม ระบบแสง การวางผัง และการเลือกวัสดุเข้าด้วยกัน หากขาดความเชี่ยวชาญอาจทำให้บ้านดูเวิ้งว้างหรือขาดความเป็นส่วนตัว การเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์สูงแบบครบวงจร (Turnkey) อย่าง BAREO ที่มีประสบการณ์กว่า 36 ปี จะช่วยแก้ปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน และการันตีผลงานที่สวยงาม หรูหรา และใช้งานได้จริงในทุกมิติ

Share This Post

Tag:

BAREOClosetInterior DecorationInterior DesignInterior Design and DecorationThan.TWalk-in ClosetWardrobeตกแต่งภายในตู้เสื้อผ้ารับออกแบบตกแต่งภายในห้องแต่งตัวออกแบบตกแต่งภายในบ้านออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรูออกแบบภายในออกแบบและตกแต่งภายในโต๊ะแต่งตัว

CONTENT RELATED

Portfolio