- Bareo
- สิงหาคม 2026
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume
สไตล์ Luxury
การออกแบบบ้าน Double Volume คือเทคนิคทางสถาปัตยกรรมที่เปิดเพดานให้สูงทะลุถึงชั้นสอง สร้างความโปร่งโล่ง หรูหรา และดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างเต็มที่ เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรูที่ช่วยแก้ปัญหาความอึดอัด เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ และสร้าง First Impression ที่น่าจดจำ สำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบตกแต่งภายในพื้นที่เพดานสูงให้ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง หัวใจหลักคือการจัดสัดส่วน (Scale & Proportion) การเลือกใช้โคมไฟระย้าขนาดใหญ่ การตกแต่งผนังสูง (Feature Wall) และการจัดการระบบปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้ Bareo จะพาคุณเจาะลึกเทคนิคแต่งบ้าน Double Volume เพื่อเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เหนือระดับและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Double Volume คืออะไร ทำไมถึงทำให้บ้านดูหรูขึ้น
Double Volume หมายถึง พื้นที่ภายในบ้านที่มีการเว้นระยะความสูงของเพดานจากชั้นล่างทะลุขึ้นไปจนถึงระดับเพดานของชั้นบน โดยไม่มีพื้นของชั้นสองมาคั่นกลางหรือบดบังสายตา มักถูกนำมาใช้ในพื้นที่ที่ต้องการความโดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น โถงต้อนรับ (Foyer) หรือ ห้องนั่งเล่น (Living Area)
ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย การออกแบบและตกแต่งภายในสไตล์นี้จึงไม่ใช่แค่ความนิยมฉาบฉวย แต่เป็นการเล่นกับ “สเปซในแนวตั้ง” (Vertical Space) แทนที่จะยึดติดกับความกว้างในแนวราบเพียงอย่างเดียว เมื่อเพดานถูกยกสูงขึ้น สายตาของผู้อยู่อาศัยจะถูกดึงขึ้นตามแนวดิ่ง เกิดมิติที่ลึกซึ้งและมีชั้นเชิง นอกจากนี้ยังเป็นจุดนำสายตาที่ฆโดดเด่นให้บริษัทออกแบบภายในสามารถใส่รายละเอียดทางศิลปะ เช่น บันไดลอยตัว ราวกันตกกระจกใส หรือประติมากรรมตกแต่ง เพื่อยกระดับความรู้สึกให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสถึงอิสระและความหรูหราอย่างแท้จริง
ข้อดีของบ้านสไตล์ Double Volume
- ปลดล็อกความอึดอัด เพิ่มความปลอดโปร่งทางสายตา เมื่อเพดานสูงกว่าปกติ อากาศภายในห้องจะหมุนเวียนได้ดีขึ้น ความร้อนสะสมน้อยลง เพราะลมร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงแทนที่จะอบอวลอยู่ในระดับที่คนอยู่อาศัย ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นโดยธรรมชาติ
- ทำให้บ้านดูหลังใหญ่ขึ้นโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ แม้ที่ดินจะมีขนาดจำกัด แต่การเล่นระดับความสูงช่วยสร้างมิติที่ทำให้บ้านดูใหญ่โตกว่าตัวเลขตารางเมตรจริง เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราในงบประมาณที่ควบคุมได้
- รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ โถงสูงมักออกแบบคู่กับหน้าต่างบานใหญ่หรือช่องแสงด้านบน ทำให้แสงธรรมชาติกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นล่างได้ลึกกว่าบ้านทั่วไป ลดการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน และช่วยให้บรรยากาศบ้านดูสว่างสดใสตลอดวัน
- เป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่สร้างความประทับใจแรกพบ โถง Double Volume มักถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ “Statement” ของบ้าน เพราะเป็นจุดแรกที่แขกผู้มาเยือนจะเห็น การใส่รายละเอียด เช่น โคมไฟแขวนขนาดใหญ่ งานผนังลวดลายพิเศษ หรือประติมากรรมตกแต่ง จะยิ่งเสริมความสง่างามให้ชัดเจนขึ้น
เทคนิคการจัดสัดส่วนและแบ่งโซนบ้านสไตล์ Double Volume
การออกแบบบ้าน Double Volume ให้ใช้งานได้จริงและคุ้มค่า ไม่ใช่แค่การเจาะเพดานให้สูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวางผังพื้นที่ให้สัมพันธ์กับฟังก์ชันการใช้งานของบ้านทั้งหลัง โดยทั่วไปนักออกแบบภายในมักแบ่งสัดส่วนพื้นที่ Double Volume ออกเป็นโซนหลักดังนี้
โซนโถงต้อนรับ (Foyer)
เป็นตำแหน่งยอดนิยมที่สุดสำหรับเทคนิค Double Volume เพราะเป็นจุดแรกที่สร้างความประทับใจ ควรออกแบบให้มีบันไดเป็นองค์ประกอบหลัก ใช้วัสดุพื้นผิวสะท้อนแสง เช่น หินอ่อน หรือกระเบื้องผิวมันวาว เพื่อขับให้พื้นที่ดูหรูและสว่างขึ้นไปพร้อมกัน
โซนห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก (Living Room)
การยกเพดานสูงในโซนนี้ช่วยให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น โซฟาหรู หรือชั้นวางหนังสือสูง สามารถทำได้อย่างสมส่วน ไม่ดูอึดอัดหรือเบียดบังพื้นที่ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ติดตั้งงานไฟบนเพดานหรือโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของบ้านสไตล์ Luxury
โซนบันไดและทางเชื่อมชั้น (Staircase Zone)
บันไดในพื้นที่ Double Volume มักถูกออกแบบให้เป็นประติมากรรมภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบันไดลอย บันไดวนสไตล์โมเดิร์น หรือบันไดที่มีราวกันตกกระจกใส เพื่อไม่บดบังมุมมองของพื้นที่โล่งด้านบน และยังช่วยให้แสงจากชั้นบนส่องผ่านลงมาถึงชั้นล่างได้อย่างต่อเนื่อง
โซนพักผ่อนชั้นบน (Upper Floor Landing)
พื้นที่รอบขอบโถงในชั้นสอง สามารถออกแบบเป็นมุมนั่งเล่นเล็กๆ มุมอ่านหนังสือ หรือทางเดินที่มองลงมายังโถงชั้นล่างได้ ช่วยเชื่อมความรู้สึกของพื้นที่ทั้งสองชั้นให้เป็นหนึ่งเดียว โดยไม่ต้องเสียพื้นที่ใช้สอยของห้องนอนหรือฟังก์ชันอื่นไป
โซนพักผ่อนชั้นบน (Upper Floor Landing)
สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและกักเก็บอุณหภูมิ ควรวางแยกออกจากโซน Double Volume โดยตรง เช่น จัดให้อยู่ปีกใดปีกหนึ่งของบ้านหรือด้านหลังโถง เพื่อคงความอบอุ่นและความเป็นส่วนตัว ไม่ให้เสียงหรือแสงจากโถงกลางรบกวนการพักผ่อน
การจัดโซนพื้นที่ใช้สอยหลักในบ้านหรูแบบ Open Plan
เมื่อนำเทคนิคทั้ง 6 ข้อมาประยุกต์ใช้ พื้นที่ใช้สอยหลักในบ้านหรูแบบ Open Plan ที่ควรให้ความสำคัญมีดังนี้
- โซนรับแขก/นั่งเล่น ควรอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ตั้งแต่ทางเข้า เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมและการพักผ่อน
- โซนรับประทานอาหาร ควรอยู่ระหว่างโซนนั่งเล่นและโซนครัว เพื่อความสะดวกในการเสิร์ฟอาหารและการสังสรรค์
- โซนครัว ควรอยู่ในตำแหน่งท้ายสุดของ Flow เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของพื้นที่ ขณะเดียวกันยังคงเชื่อมต่อกับโซนรับประทานอาหารได้อย่างสะดวก
- มุมทำงาน/พื้นที่ส่วนตัว สามารถแทรกอยู่ในมุมสงบของบ้าน โดยใช้ Decorative Elements ช่วยสร้างขอบเขตให้เกิดสมาธิในการทำงานโดยไม่ตัดขาดจากพื้นที่ส่วนรวม
เคล็ดลับออกแบบตกแต่งภายในให้ Double Volume ดูหรูหราลงตัว
เริ่มจาก Scale และ Proportion ก่อนเลือกของตกแต่ง
หัวใจสำคัญของการออกแบบตกแต่งภายในบ้านสไตล์ Double Volume คือการคำนึงถึงสัดส่วนเป็นอันดับแรก ความสูงของพื้นที่ต้องสัมพันธ์กับขนาดของเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกขนาดโซฟา โต๊ะ โคมไฟ หรืองานศิลปะที่นำมาประดับผนัง
การแบ่งพื้นที่ในแนวตั้งให้เกิดความลงตัวเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่อง Visual Balance หรือความสมดุลทางสายตาระหว่างพื้น ผนัง และเพดาน หากไม่มีการวางแผนที่ดี เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กอาจดูหายไปในพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้ภาพรวมดูว่างเปล่าและขาดความอบอุ่น แนวทางแก้ไขคือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เป็นจุดยึดสายตา (Anchor Piece) ร่วมกับการจัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน แทนที่จะกระจายชิ้นเล็ก ๆ ไปทั่วพื้นที่
ใช้ผนังสูงให้เป็นจุดเด่นของบ้าน
ผนังสูงในพื้นที่ Double Volume คือผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่รอการสร้างสรรค์ การเลือกใช้วัสดุที่มีพื้นผิวน่าสนใจ เช่น หินธรรมชาติ ไม้บุผนัง หรืองานปูนเปลือยที่มีลวดลายเฉพาะตัว จะช่วยดึงดูดสายตาให้เคลื่อนไหวขึ้นไปตามความสูงของผนัง สร้างมิติและความน่าสนใจให้กับพื้นที่โดยไม่ต้องพึ่งพาเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว
เลือก Lighting ให้เหมาะกับพื้นที่สูง
แสงไฟคือองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้สำหรับพื้นที่เพดานสูง การใช้โคมไฟระย้าขนาดใหญ่เป็นจุดศูนย์กลางจะช่วยดึงสายตาให้มองขึ้นไปสัมผัสความสูงของพื้นที่ ควบคู่กับการติดตั้งไฟส่องผนัง (Wall Wash Light) เพื่อเน้นพื้นผิวและสร้างบรรยากาศอบอุ่นในช่วงเวลากลางคืน การผสมผสานแสงหลายระดับ ทั้งแสงหลัก แสงเน้น และแสงบรรยากาศ จะช่วยให้พื้นที่สูงไม่ดูว่างเปล่าหรือเย็นชาจนเกินไป
เชื่อมพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างให้เป็นเรื่องเดียวกัน
การออกแบบให้พื้นที่สองชั้นรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันสามารถทำได้ผ่านการใช้โทนสีและวัสดุที่สอดคล้องกัน เช่น การต่อเนื่องของราวบันไดหรือราวกันตกที่ใช้วัสดุเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ชั้นล่าง หรือการวางองค์ประกอบตกแต่ง เช่น ต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงเกือบเทียบเท่าเพดาน เพื่อสร้างเส้นสายตาที่เชื่อมโยงทั้งสองระดับเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
ควบคุมอุณหภูมิและระบบไหลเวียนอากาศ
แม้เพดานสูงจะมีข้อดีเรื่องการระบายความร้อน แต่ก็ต้องวางแผนเรื่องระบบปรับอากาศให้เหมาะสมควบคู่กันไป การติดตั้งพัดลมเพดานความเร็วต่ำจะช่วยหมุนเวียนอากาศให้ทั่วถึงโดยไม่รบกวนบรรยากาศโดยรวม หรือการเลือกใช้ระบบแอร์ที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานสูงโดยเฉพาะ จะช่วยให้บ้านประหยัดพลังงานและอยู่สบายได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาความร้อนสะสมบริเวณส่วนบนของพื้นที่
เลือกวัสดุคุณภาพสูงที่ทนทานต่อการใช้งานระยะยาว
เนื่องจากพื้นที่ Double Volume มักเป็นจุดที่สายตาจับต้องก่อนใครในบ้าน การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นพื้นหินธรรมชาติ ไม้จริง หรือผนังที่มีพื้นผิวพิเศษ วัสดุเหล่านี้นอกจากจะช่วยเสริมความหรูหราแล้ว ยังช่วยให้บ้านคงสภาพความสวยงามและใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องซ่อมแซมบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการความประณีตในทุกรายละเอียด
Double Volume เทคนิคยกระดับบ้านให้หรูหราอย่างมีมิติ
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการบ้านที่ดูโอ่โถง หรูหรา และมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตำแหน่งโถงที่เหมาะสม การจัดสัดส่วนพื้นที่ให้สัมพันธ์กับฟังก์ชันการใช้งาน หรือการเลือกวัสดุและแสงสว่างที่ลงตัว ทุกรายละเอียดล้วนส่งผลต่อความสำเร็จของงานออกแบบทั้งหมด
การจะทำให้ Double Volume ออกมาสวยงาม ใช้งานได้จริง และคุ้มค่ากับงบประมาณ จำเป็นต้องอาศัยทีมออกแบบตกแต่งภายในที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง bareo.co.th โดย บริษัท บาริโอ จำกัด เป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่มีประสบการณ์กว่า 36 ปี ผ่านการรับรองจากรางวัลระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ให้บริการออกแบบและตกแต่งภายในครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ไปจนถึงติดตั้งโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อแก้ปัญหาช่างผู้รับเหมาที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมช่วยให้บ้านในฝันสไตล์ Double Volume ของคุณเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด
หากคุณกำลังมองหาบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในเลือก บริษัท บาริโอ จำกัด เรามีประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรู ออกแบบตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบตกแต่งภายในสถานพยาบาล ออกแบบตกแต่งภายในอาคารสำนักงานและร้านอาหาร ด้วยประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในกว่า 36 ปี เราพร้อมให้บริการออกแบบตกแต่งภายในมาตรฐานสูงจากทีมงานมืออาชีพ
รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.
คำถามที่พบบ่อย FAQ การออกแบบบ้านสไตล์ Double Volume
Q1: บ้านสไตล์ Double Volume คืออะไร?
A: Double Volume คือการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านให้เพดานมีความสูงโปร่งทะลุขึ้นไปถึงชั้นสอง โดยไม่มีพื้นชั้นบนมาคั่นกลาง มักนิยมใช้ในโซนโถงต้อนรับหรือห้องนั่งเล่น เพื่อสร้างมิติให้บ้านดูกว้างขวาง โอ่อ่า และหรูหรามากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องขยายขนาดที่ดิน
Q2: ข้อดีของการทำบ้านเพดานสูงแบบ Double Volume มีอะไรบ้าง
A: การออกแบบสไตล์นี้มีข้อดีที่โดดเด่น 4 ประการหลัก ได้แก่:
- อากาศถ่ายเทได้ดี: ลมร้อนลอยขึ้นสู่ที่สูง ทำให้บ้านเย็นสบาย
- พรางตาให้บ้านดูใหญ่ขึ้น: เพิ่มมิติแนวตั้ง ทำให้พื้นที่จำกัดดูกว้างขวาง
- รับแสงสว่างเต็มที่: แสงธรรมชาติส่องถึง ลดการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวัน
- ยกระดับความหรูหรา: เป็นจุดนำสายตา (Statement) ที่สร้างความประทับใจแรกพบ
Q3: พื้นที่ Double Volume ควรจัดการเรื่องความร้อนและแอร์อย่างไร?
A: แม้เพดานจะสูง แต่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้โดยการติดตั้งพัดลมเพดานความเร็วต่ำเพื่อช่วยหมุนเวียนอากาศ และควรเลือกใช้ระบบเครื่องปรับอากาศที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานสูงโดยเฉพาะ จะช่วยให้ความเย็นกระจายตัวได้ดี ประหยัดพลังงาน และอยู่สบายตลอดปี
Q4: เคล็ดลับการตกแต่ง Double Volume ให้ดูหรูหราและไม่โล่งจนเกินไปคืออะไร?
A: หัวใจสำคัญคือ “สัดส่วน (Scale & Proportion)” ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เป็นจุดนำสายตา ตกแต่งผนังสูงด้วยวัสดุพิเศษอย่างหินธรรมชาติ และติดตั้งโคมไฟระย้า (Chandelier) ขนาดใหญ่คู่กับไฟซ่อนผนัง เพื่อเชื่อมมิติของพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างให้ดูอบอุ่นและลงตัว
Q5: ทำไมจึงควรใช้บริการออกแบบตกแต่งภายในบ้าน Double Volume กับ BAREO?
A: การออกแบบพื้นที่ Double Volume ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสัดส่วน โครงสร้าง และฟังก์ชัน บริษัท บาริโอ จำกัด มีประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรูมากว่า 36 ปี พร้อมทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบจนถึงติดตั้ง ช่วยเนรมิตบ้านในฝันของคุณให้สมบูรณ์แบบและใช้งานได้จริงในระยะยาว