เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury

เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume

สไตล์ Luxury

การออกแบบบ้าน Double Volume คือเทคนิคทางสถาปัตยกรรมที่เปิดเพดานให้สูงทะลุถึงชั้นสอง สร้างความโปร่งโล่ง หรูหรา และดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างเต็มที่ เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรูที่ช่วยแก้ปัญหาความอึดอัด เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ และสร้าง First Impression ที่น่าจดจำ สำหรับผู้ที่ต้องการออกแบบตกแต่งภายในพื้นที่เพดานสูงให้ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง หัวใจหลักคือการจัดสัดส่วน (Scale & Proportion) การเลือกใช้โคมไฟระย้าขนาดใหญ่ การตกแต่งผนังสูง (Feature Wall) และการจัดการระบบปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้ Bareo จะพาคุณเจาะลึกเทคนิคแต่งบ้าน Double Volume เพื่อเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่เหนือระดับและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury

Double Volume คืออะไร ทำไมถึงทำให้บ้านดูหรูขึ้น

Double Volume หมายถึง พื้นที่ภายในบ้านที่มีการเว้นระยะความสูงของเพดานจากชั้นล่างทะลุขึ้นไปจนถึงระดับเพดานของชั้นบน โดยไม่มีพื้นของชั้นสองมาคั่นกลางหรือบดบังสายตา มักถูกนำมาใช้ในพื้นที่ที่ต้องการความโดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น โถงต้อนรับ (Foyer) หรือ ห้องนั่งเล่น (Living Area)

ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย การออกแบบและตกแต่งภายในสไตล์นี้จึงไม่ใช่แค่ความนิยมฉาบฉวย แต่เป็นการเล่นกับ “สเปซในแนวตั้ง” (Vertical Space) แทนที่จะยึดติดกับความกว้างในแนวราบเพียงอย่างเดียว เมื่อเพดานถูกยกสูงขึ้น สายตาของผู้อยู่อาศัยจะถูกดึงขึ้นตามแนวดิ่ง เกิดมิติที่ลึกซึ้งและมีชั้นเชิง นอกจากนี้ยังเป็นจุดนำสายตาที่ฆโดดเด่นให้บริษัทออกแบบภายในสามารถใส่รายละเอียดทางศิลปะ เช่น บันไดลอยตัว ราวกันตกกระจกใส หรือประติมากรรมตกแต่ง เพื่อยกระดับความรู้สึกให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสถึงอิสระและความหรูหราอย่างแท้จริง

เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury

ข้อดีของบ้านสไตล์ Double Volume

  1. ปลดล็อกความอึดอัด เพิ่มความปลอดโปร่งทางสายตา เมื่อเพดานสูงกว่าปกติ อากาศภายในห้องจะหมุนเวียนได้ดีขึ้น ความร้อนสะสมน้อยลง เพราะลมร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงแทนที่จะอบอวลอยู่ในระดับที่คนอยู่อาศัย ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นโดยธรรมชาติ
  2. ทำให้บ้านดูหลังใหญ่ขึ้นโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ แม้ที่ดินจะมีขนาดจำกัด แต่การเล่นระดับความสูงช่วยสร้างมิติที่ทำให้บ้านดูใหญ่โตกว่าตัวเลขตารางเมตรจริง เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหราในงบประมาณที่ควบคุมได้
  3. รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ โถงสูงมักออกแบบคู่กับหน้าต่างบานใหญ่หรือช่องแสงด้านบน ทำให้แสงธรรมชาติกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นล่างได้ลึกกว่าบ้านทั่วไป ลดการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน และช่วยให้บรรยากาศบ้านดูสว่างสดใสตลอดวัน
  4. เป็นจุดเด่นทางสถาปัตยกรรมที่สร้างความประทับใจแรกพบ โถง Double Volume มักถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ “Statement” ของบ้าน เพราะเป็นจุดแรกที่แขกผู้มาเยือนจะเห็น การใส่รายละเอียด เช่น โคมไฟแขวนขนาดใหญ่ งานผนังลวดลายพิเศษ หรือประติมากรรมตกแต่ง จะยิ่งเสริมความสง่างามให้ชัดเจนขึ้น
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury

เทคนิคการจัดสัดส่วนและแบ่งโซนบ้านสไตล์ Double Volume

การออกแบบบ้าน Double Volume ให้ใช้งานได้จริงและคุ้มค่า ไม่ใช่แค่การเจาะเพดานให้สูงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวางผังพื้นที่ให้สัมพันธ์กับฟังก์ชันการใช้งานของบ้านทั้งหลัง โดยทั่วไปนักออกแบบภายในมักแบ่งสัดส่วนพื้นที่ Double Volume ออกเป็นโซนหลักดังนี้

โซนโถงต้อนรับ (Foyer)

เป็นตำแหน่งยอดนิยมที่สุดสำหรับเทคนิค Double Volume เพราะเป็นจุดแรกที่สร้างความประทับใจ ควรออกแบบให้มีบันไดเป็นองค์ประกอบหลัก ใช้วัสดุพื้นผิวสะท้อนแสง เช่น หินอ่อน หรือกระเบื้องผิวมันวาว เพื่อขับให้พื้นที่ดูหรูและสว่างขึ้นไปพร้อมกัน

โซนห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก (Living Room)

การยกเพดานสูงในโซนนี้ช่วยให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น โซฟาหรู หรือชั้นวางหนังสือสูง สามารถทำได้อย่างสมส่วน ไม่ดูอึดอัดหรือเบียดบังพื้นที่ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ติดตั้งงานไฟบนเพดานหรือโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของบ้านสไตล์ Luxury

โซนบันไดและทางเชื่อมชั้น (Staircase Zone)

บันไดในพื้นที่ Double Volume มักถูกออกแบบให้เป็นประติมากรรมภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบันไดลอย บันไดวนสไตล์โมเดิร์น หรือบันไดที่มีราวกันตกกระจกใส เพื่อไม่บดบังมุมมองของพื้นที่โล่งด้านบน และยังช่วยให้แสงจากชั้นบนส่องผ่านลงมาถึงชั้นล่างได้อย่างต่อเนื่อง

โซนพักผ่อนชั้นบน (Upper Floor Landing)

พื้นที่รอบขอบโถงในชั้นสอง สามารถออกแบบเป็นมุมนั่งเล่นเล็กๆ มุมอ่านหนังสือ หรือทางเดินที่มองลงมายังโถงชั้นล่างได้ ช่วยเชื่อมความรู้สึกของพื้นที่ทั้งสองชั้นให้เป็นหนึ่งเดียว โดยไม่ต้องเสียพื้นที่ใช้สอยของห้องนอนหรือฟังก์ชันอื่นไป

โซนพักผ่อนชั้นบน (Upper Floor Landing)

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและกักเก็บอุณหภูมิ ควรวางแยกออกจากโซน Double Volume โดยตรง เช่น จัดให้อยู่ปีกใดปีกหนึ่งของบ้านหรือด้านหลังโถง เพื่อคงความอบอุ่นและความเป็นส่วนตัว ไม่ให้เสียงหรือแสงจากโถงกลางรบกวนการพักผ่อน

เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury

การจัดโซนพื้นที่ใช้สอยหลักในบ้านหรูแบบ Open Plan

เมื่อนำเทคนิคทั้ง 6 ข้อมาประยุกต์ใช้ พื้นที่ใช้สอยหลักในบ้านหรูแบบ Open Plan ที่ควรให้ความสำคัญมีดังนี้

  • โซนรับแขก/นั่งเล่น ควรอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ตั้งแต่ทางเข้า เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมและการพักผ่อน
  • โซนรับประทานอาหาร ควรอยู่ระหว่างโซนนั่งเล่นและโซนครัว เพื่อความสะดวกในการเสิร์ฟอาหารและการสังสรรค์
  • โซนครัว ควรอยู่ในตำแหน่งท้ายสุดของ Flow เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของพื้นที่ ขณะเดียวกันยังคงเชื่อมต่อกับโซนรับประทานอาหารได้อย่างสะดวก
  • มุมทำงาน/พื้นที่ส่วนตัว สามารถแทรกอยู่ในมุมสงบของบ้าน โดยใช้ Decorative Elements ช่วยสร้างขอบเขตให้เกิดสมาธิในการทำงานโดยไม่ตัดขาดจากพื้นที่ส่วนรวม
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury

เคล็ดลับออกแบบตกแต่งภายในให้ Double Volume ดูหรูหราลงตัว

เริ่มจาก Scale และ Proportion ก่อนเลือกของตกแต่ง

หัวใจสำคัญของการออกแบบตกแต่งภายในบ้านสไตล์ Double Volume คือการคำนึงถึงสัดส่วนเป็นอันดับแรก ความสูงของพื้นที่ต้องสัมพันธ์กับขนาดของเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกขนาดโซฟา โต๊ะ โคมไฟ หรืองานศิลปะที่นำมาประดับผนัง

การแบ่งพื้นที่ในแนวตั้งให้เกิดความลงตัวเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่อง Visual Balance หรือความสมดุลทางสายตาระหว่างพื้น ผนัง และเพดาน หากไม่มีการวางแผนที่ดี เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กอาจดูหายไปในพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้ภาพรวมดูว่างเปล่าและขาดความอบอุ่น แนวทางแก้ไขคือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เป็นจุดยึดสายตา (Anchor Piece) ร่วมกับการจัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน แทนที่จะกระจายชิ้นเล็ก ๆ ไปทั่วพื้นที่

ใช้ผนังสูงให้เป็นจุดเด่นของบ้าน

ผนังสูงในพื้นที่ Double Volume คือผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่รอการสร้างสรรค์ การเลือกใช้วัสดุที่มีพื้นผิวน่าสนใจ เช่น หินธรรมชาติ ไม้บุผนัง หรืองานปูนเปลือยที่มีลวดลายเฉพาะตัว จะช่วยดึงดูดสายตาให้เคลื่อนไหวขึ้นไปตามความสูงของผนัง สร้างมิติและความน่าสนใจให้กับพื้นที่โดยไม่ต้องพึ่งพาเฟอร์นิเจอร์เพียงอย่างเดียว

เลือก Lighting ให้เหมาะกับพื้นที่สูง

แสงไฟคือองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้สำหรับพื้นที่เพดานสูง การใช้โคมไฟระย้าขนาดใหญ่เป็นจุดศูนย์กลางจะช่วยดึงสายตาให้มองขึ้นไปสัมผัสความสูงของพื้นที่ ควบคู่กับการติดตั้งไฟส่องผนัง (Wall Wash Light) เพื่อเน้นพื้นผิวและสร้างบรรยากาศอบอุ่นในช่วงเวลากลางคืน การผสมผสานแสงหลายระดับ ทั้งแสงหลัก แสงเน้น และแสงบรรยากาศ จะช่วยให้พื้นที่สูงไม่ดูว่างเปล่าหรือเย็นชาจนเกินไป

เชื่อมพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างให้เป็นเรื่องเดียวกัน

การออกแบบให้พื้นที่สองชั้นรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันสามารถทำได้ผ่านการใช้โทนสีและวัสดุที่สอดคล้องกัน เช่น การต่อเนื่องของราวบันไดหรือราวกันตกที่ใช้วัสดุเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ชั้นล่าง หรือการวางองค์ประกอบตกแต่ง เช่น ต้นไม้ใหญ่ที่มีความสูงเกือบเทียบเท่าเพดาน เพื่อสร้างเส้นสายตาที่เชื่อมโยงทั้งสองระดับเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ

ควบคุมอุณหภูมิและระบบไหลเวียนอากาศ

แม้เพดานสูงจะมีข้อดีเรื่องการระบายความร้อน แต่ก็ต้องวางแผนเรื่องระบบปรับอากาศให้เหมาะสมควบคู่กันไป การติดตั้งพัดลมเพดานความเร็วต่ำจะช่วยหมุนเวียนอากาศให้ทั่วถึงโดยไม่รบกวนบรรยากาศโดยรวม หรือการเลือกใช้ระบบแอร์ที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานสูงโดยเฉพาะ จะช่วยให้บ้านประหยัดพลังงานและอยู่สบายได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาความร้อนสะสมบริเวณส่วนบนของพื้นที่

เลือกวัสดุคุณภาพสูงที่ทนทานต่อการใช้งานระยะยาว

เนื่องจากพื้นที่ Double Volume มักเป็นจุดที่สายตาจับต้องก่อนใครในบ้าน การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นพื้นหินธรรมชาติ ไม้จริง หรือผนังที่มีพื้นผิวพิเศษ วัสดุเหล่านี้นอกจากจะช่วยเสริมความหรูหราแล้ว ยังช่วยให้บ้านคงสภาพความสวยงามและใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องซ่อมแซมบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการความประณีตในทุกรายละเอียด

เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury
เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume สไตล์ Luxury

Double Volume เทคนิคยกระดับบ้านให้หรูหราอย่างมีมิติ

เทคนิคแต่งบ้าน Double Volume คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการบ้านที่ดูโอ่โถง หรูหรา และมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตำแหน่งโถงที่เหมาะสม การจัดสัดส่วนพื้นที่ให้สัมพันธ์กับฟังก์ชันการใช้งาน หรือการเลือกวัสดุและแสงสว่างที่ลงตัว ทุกรายละเอียดล้วนส่งผลต่อความสำเร็จของงานออกแบบทั้งหมด

การจะทำให้ Double Volume ออกมาสวยงาม ใช้งานได้จริง และคุ้มค่ากับงบประมาณ จำเป็นต้องอาศัยทีมออกแบบตกแต่งภายในที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง bareo.co.th โดย บริษัท บาริโอ จำกัด เป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่มีประสบการณ์กว่า 36 ปี ผ่านการรับรองจากรางวัลระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ให้บริการออกแบบและตกแต่งภายในครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ไปจนถึงติดตั้งโดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อแก้ปัญหาช่างผู้รับเหมาที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมช่วยให้บ้านในฝันสไตล์ Double Volume ของคุณเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด

หากคุณกำลังมองหาบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในเลือก บริษัท บาริโอ จำกัด เรามีประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรู ออกแบบตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบตกแต่งภายในสถานพยาบาล ออกแบบตกแต่งภายในอาคารสำนักงานและร้านอาหาร ด้วยประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในกว่า 36 ปี เราพร้อมให้บริการออกแบบตกแต่งภายในมาตรฐานสูงจากทีมงานมืออาชีพ

รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio  หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.

คำถามที่พบบ่อย FAQ การออกแบบบ้านสไตล์ Double Volume

Q1: บ้านสไตล์ Double Volume คืออะไร?

A: Double Volume คือการออกแบบพื้นที่ภายในบ้านให้เพดานมีความสูงโปร่งทะลุขึ้นไปถึงชั้นสอง โดยไม่มีพื้นชั้นบนมาคั่นกลาง มักนิยมใช้ในโซนโถงต้อนรับหรือห้องนั่งเล่น เพื่อสร้างมิติให้บ้านดูกว้างขวาง โอ่อ่า และหรูหรามากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องขยายขนาดที่ดิน

Q2: ข้อดีของการทำบ้านเพดานสูงแบบ Double Volume มีอะไรบ้าง

A: การออกแบบสไตล์นี้มีข้อดีที่โดดเด่น 4 ประการหลัก ได้แก่:

  • อากาศถ่ายเทได้ดี: ลมร้อนลอยขึ้นสู่ที่สูง ทำให้บ้านเย็นสบาย
  • พรางตาให้บ้านดูใหญ่ขึ้น: เพิ่มมิติแนวตั้ง ทำให้พื้นที่จำกัดดูกว้างขวาง
  • รับแสงสว่างเต็มที่: แสงธรรมชาติส่องถึง ลดการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวัน
  • ยกระดับความหรูหรา: เป็นจุดนำสายตา (Statement) ที่สร้างความประทับใจแรกพบ

Q3: พื้นที่ Double Volume ควรจัดการเรื่องความร้อนและแอร์อย่างไร?

A: แม้เพดานจะสูง แต่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้โดยการติดตั้งพัดลมเพดานความเร็วต่ำเพื่อช่วยหมุนเวียนอากาศ และควรเลือกใช้ระบบเครื่องปรับอากาศที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เพดานสูงโดยเฉพาะ จะช่วยให้ความเย็นกระจายตัวได้ดี ประหยัดพลังงาน และอยู่สบายตลอดปี

Q4: เคล็ดลับการตกแต่ง Double Volume ให้ดูหรูหราและไม่โล่งจนเกินไปคืออะไร?

A: หัวใจสำคัญคือ “สัดส่วน (Scale & Proportion)” ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เป็นจุดนำสายตา ตกแต่งผนังสูงด้วยวัสดุพิเศษอย่างหินธรรมชาติ และติดตั้งโคมไฟระย้า (Chandelier) ขนาดใหญ่คู่กับไฟซ่อนผนัง เพื่อเชื่อมมิติของพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างให้ดูอบอุ่นและลงตัว

Q5: ทำไมจึงควรใช้บริการออกแบบตกแต่งภายในบ้าน Double Volume กับ BAREO?

A: การออกแบบพื้นที่ Double Volume ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทั้งด้านสัดส่วน โครงสร้าง และฟังก์ชัน บริษัท บาริโอ จำกัด มีประสบการณ์ออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรูมากว่า 36 ปี พร้อมทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบจนถึงติดตั้ง ช่วยเนรมิตบ้านในฝันของคุณให้สมบูรณ์แบบและใช้งานได้จริงในระยะยาว

Share This Post

Tag:

BAREOClosetInterior DecorationInterior DesignInterior Design and DecorationThan.TWalk-in ClosetWardrobeตกแต่งภายในตู้เสื้อผ้ารับออกแบบตกแต่งภายในห้องแต่งตัวออกแบบตกแต่งภายในบ้านออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรูออกแบบภายในออกแบบและตกแต่งภายในโต๊ะแต่งตัว

CONTENT RELATED

Portfolio