- Bareo
- มิถุนายน 2026
รองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปในทุกช่วงวัย
บ้านที่ดีไม่ใช่เพียงบ้านที่สวยงาม แต่คือบ้านที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว
เมื่อเวลาผ่านไป สมาชิกในครอบครัวเติบโตขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป พื้นที่บางส่วนที่เคยมีความสำคัญในอดีตอาจไม่ได้ถูกใช้งานเหมือนเดิมอีกต่อไป ขณะเดียวกันก็เกิดความต้องการใหม่ๆ ที่บ้านหลังเดิมอาจยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้ การ ออกแบบและตกแต่งภายใน เพื่อรีโนเวทและปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานภายในบ้านจึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะการ ออกแบบตกแต่งภายใน ที่มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบันของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น
เมื่อบ้านหลังเดิม ไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตแบบเดิมอีกต่อไป
หลายครอบครัวสร้างบ้านในช่วงที่บุตรหลานยังอยู่ในวัยเด็ก จึงมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับห้องนอนเด็ก ห้องเล่น หรือพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ตามความจำเป็นในขณะนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เด็กๆ เติบโตขึ้น เรียนจบ และเริ่มมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากเดิม ห้องที่เคยใช้งานทุกวันอาจกลายเป็นพื้นที่ว่างที่ถูกใช้น้อยลง
ในขณะเดียวกัน เจ้าของบ้านอาจเริ่มทำงานจากที่บ้านมากขึ้น ต้องการห้องประชุมออนไลน์ ห้องอ่านหนังสือ ห้องทำงานส่วนตัว หรือพื้นที่สำหรับทำธุรกิจส่วนตัวภายในบ้าน
การปรับเปลี่ยน Function ของพื้นที่เหล่านี้จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้บ้านกลับมามีประสิทธิภาพในการใช้งานอีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่หรือสร้างบ้านใหม่
เปลี่ยนห้องเด็กให้เป็นห้องทำงาน หรือ Creative Space
หนึ่งในรูปแบบการรีโนเวทที่พบได้บ่อย คือ การเปลี่ยนห้องนอนเด็กเดิมให้กลายเป็นห้องทำงานส่วนตัว
ปัจจุบันการทำงานแบบ Work From Home หรือ Hybrid Working กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยจำนวนมาก การมีพื้นที่ทำงานที่เป็นสัดส่วน ช่วยเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างชัดเจน
การ ออกแบบภายใน ห้องลักษณะนี้มักให้ความสำคัญกับปัจจัยต่อไปนี้
1. แสงสว่างที่เหมาะสมต่อการทำงาน :
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ คือการมีแสงสว่างที่เหมาะสมสำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติจากภายนอก หรือ แสงไฟจากดวงโคมภายในห้อง โดยเฉพาะในห้องทำงานภายในบ้านที่ต้องรองรับการใช้งานเป็นเวลานาน การ ออกแบบภายใน จึงควรคำนึงถึงทั้งแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ควบคู่กัน
แสงธรรมชาติจากภายนอกช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง ลดความอึดอัด และช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดวัน ขณะที่แสงไฟจากดวงโคมภายในห้องควรได้รับการออกแบบให้มีความสว่างเพียงพอ กระจายแสงอย่างเหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดแสงสะท้อนหรือเงารบกวนระหว่างการทำงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทั้งการทำงาน การประชุมออนไลน์ และการใช้งานคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังถนอมสายตาจากแสงที่มืดหรือสว่างจนเกินไป ลดอาการอ่อนล้าของดวงตาซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย
2. ระบบจัดเก็บเอกสารและอุปกรณ์ :
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของห้องทำงาน คือระบบจัดเก็บที่ได้รับการวางแผนอย่างเหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ยังส่งผลต่อความเป็นระเบียบและภาพลักษณ์ของพื้นที่โดยรวมอีกด้วย
การ ออกแบบตกแต่งภายใน ห้องทำงานจึงไม่ควรมองเพียงจำนวนตู้หรือชั้นวางที่ต้องการ แต่ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจลักษณะการใช้งานของเจ้าของห้องอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บเอกสารขนาด A4 แฟ้มเอกสาร ซองเอกสาร หนังสือเฉพาะทาง ชิ้นงานตัวอย่าง หรืออุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เมื่อพื้นที่จัดเก็บได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ทุกสิ่งจะมีตำแหน่งที่เหมาะสมของตนเอง ช่วยให้ห้องทำงานมีความเป็นระเบียบ ค้นหาสิ่งของได้ง่าย และสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
3. การควบคุมเรื่องของเสียงรบกวน :
ในปัจจุบัน ห้องทำงานภายในบ้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับนั่งทำงานเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับการประชุมออนไลน์ การติดต่อธุรกิจ และการตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่างๆ การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นส่วนตัวจึงเป็นองค์ประกอบที่ไม่ควรมองข้าม การ ออกแบบภายใน ห้องทำงานที่ดีควรคำนึงถึงเรื่องของเสียงควบคู่ไปกับความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดเสียงสะท้อนภายในห้อง การออกแบบผนังและประตูเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียง รวมถึงการจัดวางตำแหน่งห้องให้เหมาะสมกับผังการใช้งานของบ้านโดยรวม
เมื่อพื้นที่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม ผู้อยู่อาศัยจะสามารถทำงาน ประชุม หรือใช้สมาธิกับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้รับความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการทำงานและการอยู่อาศัยในระยะยาว
4. เฟอร์นิเจอร์ที่รองรับการใช้งานระยะยาว :
เมื่อพื้นที่ได้รับการปรับเปลี่ยน Function การเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นไม่ได้มีหน้าที่เพียงเติมเต็มความสวยงามของห้อง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวันอีกด้วย
การ ออกแบบและตกแต่งภายใน จึงควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ ตัวอย่างเช่น พื้นที่ทำงานควรเลือกใช้โต๊ะและเก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักสรีระ เพื่อรองรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ในขณะที่มุมพักผ่อนอาจเลือกใช้โซฟาหรือ Armchair ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตามความชื่นชอบของเจ้าของบ้าน และเมื่อเฟอร์นิเจอร์ได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสม พื้นที่ดังกล่าวจะไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพการใช้งาน ความสะดวกสบาย และความสุขในการอยู่อาศัยได้ในระยะยาวอีกด้วย
ปรับห้องออกกำลังกายให้เป็น Multi-Purpose Room
ในอดีตหลายครอบครัวนิยมจัดสรรพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับห้องฟิตเนสภายในบ้าน แต่ด้วยเทคโนโลยีการออกกำลังกายในปัจจุบัน อุปกรณ์จำนวนมากมีขนาดกะทัดรัดขึ้น และสามารถใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิมพื้นที่ฟิตเนสเดิมจึงสามารถนำมาปรับให้เป็น Multi-Purpose Room ที่รองรับการใช้งานหลายรูปแบบในพื้นที่เดียว เช่น ห้องออกกำลังกาย, ห้องโยคะ, ห้องดูหนัง, ห้องพักผ่อนของครอบครัว ไปจนถึง ห้องเก็บของสะสม
การวางแผน ออกแบบและตกแต่งภายใน อย่างเหมาะสมจะช่วยให้พื้นที่เดียวสามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย โดยยังคงความเป็นระเบียบและสวยงาม
เปลี่ยนห้องรับแขกที่ใช้งานน้อย ให้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว
บ้านหลายหลังมีห้องรับแขกอย่างเป็นทางการที่ถูกใช้งานเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี
เมื่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เจ้าของบ้านจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับพื้นที่สำหรับสมาชิกในครอบครัวมากกว่าพื้นที่สำหรับรับรองแขก ห้องรับแขกเดิมจึงสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องที่มี Function อื่นๆ ได้ เช่น Family Lounge, ห้องสมุด หรือ ห้องสำหรับกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเล่นเกม ร้องคาราโอเกะ ไปจนถึงเล่นดนตรี
แนวคิดนี้ช่วยให้ทุกตารางเมตรของบ้านถูกใช้งานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น และสร้างคุณค่าในการอยู่อาศัยได้จริงในชีวิตประจำวัน
เตรียมบ้านให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคต
การรีโนเวทบ้านไม่ได้เป็นเพียงการตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนเพื่อรองรับอนาคตอีกด้วย ตัวอย่างเช่น
- การเพิ่มพื้นที่สำหรับทำงานที่บ้าน
- การเตรียมห้องสำหรับผู้สูงอายุ
- การสร้างห้องพักสำหรับสมาชิกที่อาจกลับมาอาศัยอยู่ร่วมกัน
- การออกแบบพื้นที่ให้ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
แนวคิดเหล่านี้ช่วยให้บ้านสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวได้ในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงครั้งใหญ่บ่อยครั้ง
หัวใจสำคัญของการรีโนเวทบ้านไม่ใช่การเปลี่ยนวัสดุหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำความเข้าใจว่าผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตอย่างไรในปัจจุบัน และต้องการอะไรในอนาคต
ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน ออกแบบตกแต่งภายใน จะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานจริงของสมาชิกในบ้าน พร้อมนำเสนอแนวทางการปรับพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านความสวยงาม ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพในการใช้งาน
เพราะบ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านใหม่เสมอไป แต่คือบ้านที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้ในทุกช่วงเวลา
Where Luxury
become heritage…
สนใจงานออกแบบตกแต่งภายใน ดูผลงานของเราเพิ่มเติมได้ที่ Portfolio / Live Portfolio
ติดต่อเรา | Contact Us
Call/Whatsapp :
(+66) 61 846 6633
E-mail :
LINE Official :
Facebook :
WeChat :
bareoth
FAQ : การรีโนเวทบ้านเดิมให้เป็น Function ใหม่
Q1 : บ้านที่สร้างมานานแล้ว ควรรีโนเวทหรือสร้างใหม่ดี?
หากโครงสร้างหลักของบ้านยังอยู่ในสภาพที่แข็งแรง การรีโนเวทมักเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะสามารถปรับปรุงพื้นที่ให้ตอบโจทย์การใช้งานปัจจุบันได้โดยไม่จำเป็นต้องรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและลดผลกระทบจากงานก่อสร้างได้อีกด้วย
Q2 : ห้องเด็กที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว สามารถปรับเป็นอะไรได้บ้าง?
ห้องเด็กเดิมสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องแต่งตัว ห้องรับรองแขก ห้องงานอดิเรก หรือแม้แต่ห้องออกกำลังกายขนาดเล็กได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านในปัจจุบัน
Q3 : การรีโนเวทเพื่อเปลี่ยน Function ห้อง จำเป็นต้องทุบผนังทุกครั้งหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป หลายครั้งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ด้วยการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ปรับระบบจัดเก็บ หรือปรับงานตกแต่งภายในบางส่วน โดยไม่ต้องแก้ไขโครงสร้างหลักของบ้าน
Q4 : Multi-Purpose Room คืออะไร และเหมาะกับบ้านแบบใด?
Multi-Purpose Room คือพื้นที่ที่สามารถรองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบภายในห้องเดียว เช่น ใช้เป็นห้องออกกำลังกาย ห้องดูหนัง ห้องอ่านหนังสือ หรือพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและรองรับการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ในอนาคต
Q5 : การจ้างบริษัทออกแบบตกแต่งภายในช่วยอะไรได้บ้าง?
บริษัท ออกแบบตกแต่งภายใน สามารถช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของสมาชิกในบ้าน วางผังพื้นที่ใหม่ เสนอแนวทางการปรับ Function ให้เหมาะสม รวมถึงออกแบบรายละเอียดต่างๆ ให้สอดคล้องกับทั้งความสวยงาม ความสะดวกสบาย และงบประมาณที่กำหนด
Q6 : ควรรีโนเวทบ้านเมื่อใดจึงจะเหมาะสมที่สุด?
ช่วงเวลาที่เหมาะสมมักเกิดขึ้นเมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เช่น บุตรหลานเติบโตและย้ายออกจากบ้าน เริ่มทำงานจากที่บ้านมากขึ้น ต้องการพื้นที่สำหรับงานอดิเรก หรือมีสมาชิกผู้สูงอายุเข้ามาอยู่อาศัยร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณว่าบ้านอาจต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
เขียนโดย : Than.T (ธันย์ชนก ธรรมกุลางกูร)
จบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 2019 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Business Design จาก Domus Academy (Milan) ด้วยเกรด 106/110 ในปี 2020
จากนั้นเข้ารับการอบรมหลักสูตร “Chinese for Foreigners” เป็นเวลา 1 ปีที่ Donghua University (Shanghai) และได้รับเกียรติบัตร “Excellent Student” ในภาคการศึกษาที่ 1 และ 2 ของปี 2024–2025
สนใจงานออกแบบและการเขียนมาตั้งแต่วัยมัธยม โดยเริ่มต้นเขียนบทความแรกตั้งแต่ชั้น ม.3 และสานต่อมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการเขียนเกี่ยวกับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม งานศิลปะ และการตกแต่งภายใน
เขียนโดย : lemonet24 (ณัฐชตา พรหมทวด)
จบปริญาตรี คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขา กราฟิกและมัลติมิเดีย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด กราฟิกสำหรับแบรนด์ และทำสื่อประกอบบทความออนไลน์ มีความสนใจในด้านงานออกแบบ มีประสบการณ์ทำงานเป็น Editor ของบทความเกี่ยวกับงานออกแบบและ Lifestyle มากว่า 10 ปี ก่อนจะเริ่มสร้างสรรค์ เขียนบทความตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมาภายใต้นามปากกา lemonet24
ที่ปรึกษางานเขียน :
Interior Designer และผู้ก่อตั้งบริษัท Bareo Co.,Ltd.
ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานออกแบบตกแต่งภายในระดับแนวหน้าของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปี ในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความงาม และสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง พร้อมบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทีมออกแบบที่พาโครงการของบริษัทคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย คือเครื่องยืนยันถึงวิสัยทัศน์ ความชำนาญ และความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการออกแบบไทยสู่เวทีโลก
รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.