- Bareo
- กรกฎาคม 2026
ศรัทธาอยู่ในใจ... ห้องพระอยู่ในบ้าน
เมื่อกล่าวถึงการ ออกแบบตกแต่งภายในบ้าน หลายคนมักให้ความสำคัญกับห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว หรือพื้นที่พักผ่อนต่างๆ แต่มีอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมทางจิตใจของสมาชิกในครอบครัว นั่นคือ “ห้องพระ”
ห้องพระไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับวางพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่แห่งความสงบ เป็นมุมสำหรับการทำสมาธิ การสวดมนต์ และการใช้เวลาอยู่กับตนเองในช่วงเวลาที่ต้องการความผ่อนคลายจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านใหม่ หรือกำลังมองหาแนวทางในการออกแบบห้องพระให้เหมาะกับการใช้งานจริง บทความนี้รวบรวม 9 เรื่องน่ารู้ที่ช่วยให้ห้องพระเป็นพื้นที่ที่ทั้งงดงาม สงบ และใช้งานได้อย่างลงตัวสำหรับทุกคนในครอบครัว
1. ควรวางแผนห้องพระตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบบ้าน
หนึ่งในแนวทางที่ดีที่สุด คือ การกำหนดตำแหน่งห้องพระตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการออกแบบบ้าน เพราะจะช่วยให้สามารถจัดสรรพื้นที่ สัดส่วน ตำแหน่งที่ตั้งภายในบ้าน รวมถึงระบบแสงสว่าง และงานระบบอื่นๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบระบายอากาศ ไปจนถึงระบบเสียงได้อย่างเหมาะสม
การวางแผนตั้งแต่ต้น ยังช่วยให้ดีไซน์ของห้องพระกลมกลืนไปกับงาน ออกแบบตกแต่งภายใน ของบ้านได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย
2. ห้องพระควรอยู่ใกล้ หรือ ไกลจาก Master Bedroom?
ในด้านการ ออกแบบภายใน ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าควรอยู่ใกล้หรือไกล แต่โดยทั่วไป ห้องพระควรอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกและมีความสงบ โดยสำหรับบ้านขนาดใหญ่ หลายครอบครัวนิยมจัดให้ห้องพระอยู่ใกล้พื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้าน เพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็ควรแยกออกจากพื้นที่พักผ่อนอย่าง Living Room หรือ Family Room เล็กน้อย เพื่อคงบรรยากาศแห่งความสงบและความเป็นส่วนตัวของทั้งสองพื้นที่
ทั้งนี้ หากเป็นบ้านที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสวดมนต์ หรือมีการฟังเทศน์ ก็ควรคำนึงถึงเรื่องเสียง ว่าต้องการให้เสียงกระจายไปทั่วบ้าน หรือต้องการควบคุมเสียงไว้แค่ภายในห้องพระ ก็จะสามารถกำหนดทิศทางของการ ออกแบบตกแต่งภายใน ได้อย่างถูกต้องและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น
ทั้งนี้ จุดที่ไม่ควรวางห้องพระ คือ จุดที่ติดกับห้องน้ำ เพราะนอกจากปัจจัยในเรื่องความเชื่อมว่าห้องน้ำมีการไหลเวียนของน้ำตลอดเวลาทำให้อาจเกิดความรู้สึกไม่สงบแล้ว ในด้านของการออกแบบตกแต่งภายใน การวางห้องพระติดกับห้องน้ำ อาจมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องความชื้น และ เรื่องเสียงเวลาน้ำผ่านท่อระบายน้ำนั่นเอง
3. ห้องพระไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เสมอไป
สิ่งสำคัญไม่ใช่ขนาดของห้อง แต่คือ ความเหมาะสมต่อการใช้งาน ห้องพระที่ออกแบบอย่างพอเหมาะ มีพื้นที่สำหรับสวดมนต์ นั่งสมาธิ และรองรับสมาชิกในครอบครัวได้อย่างสบาย มักให้ความรู้สึกอบอุ่นและใช้งานได้จริงมากกว่าห้องขนาดใหญ่ที่ถูกใช้งานเพียงบางโอกาส
ขนาดของห้องพระ มักจะแปรผันตามจำนวนและขนาดขององค์พระพุทธรูปที่เจ้าของบ้านต้องการตั้งไว้ภายในห้องพระในบ้าน สำหรับบางบ้านอาจจะวางแผนที่จะตั้งองค์ใหญ่เพียงองค์เดียว หรือบางบ้านอาจจะต้องการวางพระ 9 องค์โดยมีพระประธานเป็นองค์ใหญ่ ในขณะที่องค์อื่นๆ ค่อยๆ เล็กลงลดหลั่นกันไป ดังนั้นหากเจ้าของบ้านแจ้งกับผู้ออกแบบเกี่ยวกับจำนวนและขนาดของพระพุทธรูป ก็จะทำให้งาน ออกแบบตกแต่งภายในห้องพระ ลงตัวและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น
4. ห้องพระควรมีหน้าต่างหรือไม่?
คำตอบคือ ควรมี เพราะ แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอย่างนุ่มนวลสามารถช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ และความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้สะดวกในกรณีที่เจ้าของบ้านนิยมการจุดธูปเทียนที่มีควัน
บ้านหลายโครงการนิยมเลือกใช้หน้าต่างบานสูง หรือ ช่องแสง ร่วมกับม่านโปร่ง เพื่อให้ห้องได้รับแสงธรรมชาติอย่างพอดีโดยไม่รบกวนความสงบของพื้นที่ด้วยไอร้อนจากแดด หรือแสงที่จ้าจนเกินไป
5. ห้องพระควรติดเครื่องปรับอากาศหรือไม่?
ในอดีตหลายคนอาจมองว่าห้องพระไม่จำเป็นต้องติดเครื่องปรับอากาศเพราะอาจรบกวนความสงบ แต่สำหรับวิถีชีวิตในปัจจุบันและสภาพอากาศของประเทศไทย การติดตั้งเครื่องปรับอากาศถือเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งาน การมีสภาพแวดล้อมที่เย็นสบายจะช่วยให้สมาชิกในครอบครัวสามารถใช้เวลาสวดมนต์ ทำสมาธิ หรือพักใจอยู่ในห้องพระได้นานขึ้น อีกทั้งยังทำให้บรรยากาศภายในห้องสดชื่นและน่าใช้งานอยู่เสมอ
6. ห้องพระกับผู้สูงอายุ
สำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายรุ่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การออกแบบห้องพระควรคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานเป็นสำคัญ ตั้งแต่การเลือกใช้พื้นผิวที่ไม่ลื่น การจัดแสงสว่างให้เพียงพอ การปูพื้นไม่ให้มีพื้นต่างระดับ และการเว้นพื้นที่สำหรับการเคลื่อนไหวอย่างสะดวก ล้วนช่วยให้ทุกคนสามารถใช้งานห้องพระได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ในบางกรณีอาจมีการจัดเตรียมเกาอี้ที่นั่งสบาย ที่สามารถลุก-นั่งได้ง่ายและเข้ากับห้องมาเตรียมไว้ในพื้นที่เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานอีกด้วย
7. ห้องพระกับแสงสว่าง
แสงสว่างมีผลโดยตรงต่อบรรยากาศของห้องพระ การเลือกใช้แสงโทนอุ่นร่วมกับแสงธรรมชาติ สามารถสร้างความรู้สึกสงบ อ่อนโยน และผ่อนคลายได้อย่างมาก ขณะเดียวกันยังช่วยขับเน้นความงดงามขององค์พระ วัสดุตกแต่ง และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมภายในห้อง
ห้องพระที่มีการออกแบบแสงอย่างเหมาะสมมักทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอยากใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นั้นมากขึ้น
8. ห้องพระเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ห้องพระที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องที่เปิดใช้งานเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา ในทางตรงกันข้าม การออกแบบให้ห้องพระเข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และอยู่ในตำแหน่งที่สมาชิกในบ้านสามารถแวะเข้ามาพักใจได้ทุกวัน จะช่วยให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างแท้จริง
สำหรับบางบ้าน อาจจัดวางพระพุทธรูปไว้ในพื้นที่เปิด เพื่อให้สมาชิกในบ้านสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความสงบและความอุ่นใจในทุกๆ วัน
9. ห้องพระกับบ้านและครอบครัว
ไม่ว่าบ้านจะถูกออกแบบในสไตล์ Modern Luxury, Modern Classic, Contemporary หรือ Classic Luxury ห้องพระสามารถถูกออกแบบให้กลมกลืนกับภาพรวมของบ้านได้เสมอ
สิ่งสำคัญคือ การสร้างพื้นที่ที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวรู้สึกสงบ สบายใจ และอยากกลับมาใช้งานอยู่เสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณค่าของห้องพระไม่ได้อยู่ที่ขนาด วัสดุ หรือความหรูหรา แต่อยู่ที่ความหมายและความรู้สึกที่พื้นที่แห่งนั้นมอบให้กับผู้คนในบ้าน
ห้องพระจึงไม่ได้เป็นเพียงห้องหนึ่งภายในบ้าน หากเป็นพื้นที่แห่งความสงบ ความอบอุ่น และความผูกพันทางจิตใจของทุกคนในครอบครัว เพราะในท้ายที่สุด…
สนใจงานออกแบบตกแต่งภายในห้องพระ ชมผลงานได้ที่ ห้องพระ by Bareo หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 083-899-9989 หรือ LINE Official : @bareo หรือ Facebook Fanpage : Design by Bareo
Where Luxury
become heritage…
สนใจงานออกแบบตกแต่งภายใน ดูผลงานของเราเพิ่มเติมได้ที่ Portfolio / Live Portfolio
ติดต่อเรา | Contact Us
Call/Whatsapp :
(+66) 61 846 6633
E-mail :
LINE Official :
Facebook :
WeChat :
bareoth
เขียนโดย : Than.T (ธันย์ชนก ธรรมกุลางกูร)
จบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 2019 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Business Design จาก Domus Academy (Milan) ด้วยเกรด 106/110 ในปี 2020
จากนั้นเข้ารับการอบรมหลักสูตร “Chinese for Foreigners” เป็นเวลา 1 ปีที่ Donghua University (Shanghai) และได้รับเกียรติบัตร “Excellent Student” ในภาคการศึกษาที่ 1 และ 2 ของปี 2024–2025
สนใจงานออกแบบและการเขียนมาตั้งแต่วัยมัธยม โดยเริ่มต้นเขียนบทความแรกตั้งแต่ชั้น ม.3 และสานต่อมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการเขียนเกี่ยวกับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม งานศิลปะ และการตกแต่งภายใน
เขียนโดย : lemonet24 (ณัฐชตา พรหมทวด)
จบปริญาตรี คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขา กราฟิกและมัลติมิเดีย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด กราฟิกสำหรับแบรนด์ และทำสื่อประกอบบทความออนไลน์ มีความสนใจในด้านงานออกแบบ มีประสบการณ์ทำงานเป็น Editor ของบทความเกี่ยวกับงานออกแบบและ Lifestyle มากว่า 10 ปี ก่อนจะเริ่มสร้างสรรค์ เขียนบทความตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมาภายใต้นามปากกา lemonet24
ที่ปรึกษางานเขียน :
Interior Designer และผู้ก่อตั้งบริษัท Bareo Co.,Ltd.
ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานออกแบบตกแต่งภายในระดับแนวหน้าของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปี ในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความงาม และสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง พร้อมบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทีมออกแบบที่พาโครงการของบริษัทคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย คือเครื่องยืนยันถึงวิสัยทัศน์ ความชำนาญ และความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการออกแบบไทยสู่เวทีโลก
รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.