Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

บ้านหรูที่เตรียมพร้อมเพื่อวัย 50+ อย่างสง่างาม (Part 1)

เมื่อกาลเวลาผ่านไป จากวัยหนุ่มสาวเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่พร้อมปล่อยพลังได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวัยเก๋า 50+ ที่พรั่งพร้อมด้วยประสบการณ์ และความรอบรู้ ซึ่งเรามักจะเรียกว่า Silver-Age (อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ จะมีผมสีดอกเลาก็ได้) และในวัยนี้ มักจะก้าวเข้าสู่ความมั่งคั่งและมั่นคง แต่ด้วยกำลังกายที่เริ่มจะเสื่อมถอย จึงทำให้วัยนี้เริ่มใช้เวลาภายในบ้านมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

บ้านจึงกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า (Valuable Investment) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้ากลุ่ม High Net Worth ที่คาดหวังว่าบ้านที่ดี ไม่ใช่แค่มี Function ครบ แต่ต้องมาพร้อมกับความหรูหราหรือสะดวกสบาย มีความงามที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของ ในทุกรายละเอียด พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และอำนวยความสะดวก ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน (Invisible Technology) เพื่อให้การอาศัยในบ้าน เปรียบดังรางวัลแห่งชีวิตจากการทุ่มเททำงานมาโดยตลอด

บ้านในฝัน ที่พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยาก เพียงแค่เริ่มจากการถ่ายทอดความต้องการไปยังทีม ออกแบบตกแต่งภายในระดับตำนาน ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์มากพอ สำหรับบ้านหรูหลังใหญ่ ที่เข้าใจใน Lifestyle ของกลุ่ม HNW

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

Smart Wellness Lifestyle สำหรับ Silver Age ที่เหนือระดับ

Smart Wellness Lifestyle คือรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า สมบูรณ์อย่างชาญฉลาด โดยในกลุ่มวัย Silver Age นั้น คือการให้รางวัลตอบแทนหลังจากที่ได้ทุ่มเททำงานหนักมาโดยตลอด บ้านจึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่ควรพรั่งพร้อมด้วยความสะดวกสบายอย่างมีระดับ และเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความงดงาม และสุขภาวะที่ดีอย่างรอบด้าน

บ้านที่ดี จึงควรมีการออกแบบภายใน ที่ดี ที่สามารถรองรับทุกจังหวะของชีวิตอย่างนุ่มนวล ตั้งแต่การเคลื่อนไหวไปจนถึงการพักผ่อน และแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่พร้อมดูแลทุกช่วงจังหวะ และเวลาของชีวิตเรา

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

การออกแบบที่ตอบโจทย์ Smart Wellness Lifestyle

Smart Wellness Lifestyle สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของเทคโนโลยียุคปัจจุบัน ที่ช่วยให้ทำให้การใช้ชีวิตกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายและสะดวกสบายมากขึ้น และอีกส่วนก็คืองานออกแบบที่จะเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคุณให้สมบูรณ์และลงตัว โดยจะมีอะไรบ้าง เราจะพาไปดูกันค่ะ

ระบบล็อกประตูอัจฉริยะ (Smart Lock & Digital Door Lock):

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

หมดยุคพกกุญแจพวงโตๆ ที่ทั้งหนักและกินพื้นที่ในกระเป๋าแล้ว…

ปัจจุบันระบบ Digital Door Lock สามารถอำนวยความสะดวกให้คุณได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันระบบแสกนลายนิ้วมือ แสกนหน้า การกดรหัส ไปจนถึงการปลดล็อคผ่านแอปพลิเคชั่นจากระยะไกล ทำให้การปลดล็อคประตูเป็นเรื่องสะดวกสำหรับผู้ใช้ และปลอดภัยเพราะมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ปิดประตู

ประตูจะถูกล็อคโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ปิด ทำให้อุ่นใจเสมอ อีกทั้งยังสามารถดูประวัติการเปิดประตูได้ และสามารถสร้าง One-Time-Password ได้อีกด้วย ทำให้เราหมดห่วงเวลาออกจากบ้านไปไหนไกล เพิ่มความรู้สึกมั่นใจและความปลอดภัยให้กับบ้านและผู้อยู่อาศัย เนื่องจากสามารถควบคุมการอนุญาตให้เข้า (Access Control) ได้ 

นอกจากนี้ Digital Door Lock รุ่น Top ยังเพิ่มความสะดวกสบาย เช่น การมีระบบสแกนใบหน้า ทำให้สะดวกต่อการเข้าบ้าน พร้อมด้วยของที่ถือมาเต็มสองมือ โดยเจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องยุ่งยากหาที่วางของ แต่สามารถเปิดประตูเข้าบ้านได้เลย

ลิฟท์บ้าน (Home Elevator / Lift):

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

วัยเก๋ามักจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพมารบกวนบ้าง เช่น ปวดเข่า ความดันสูง หรือโรคประจำตัวอื่นๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “วัย 50+ กับการขึ้นบันได” ซึ่งบางรายก็แก้ปัญหาด้วยการย้ายห้องนอนลงมาที่ชั้นล่างที่เล็กกว่าเดิมแต่ไม่จำเป็นต้องขึ้นบันได เพื่อเลี่ยงปัญหานี้
แต่วัย Silver Age บางคน ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนห้องนอนและ Lifestyle ของตัวเอง ก็มีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ และแก้ปัญหาเรื่องการขึ้นลงบันไดได้อย่างเด็ดขาด นั่นคือ การติดตั้ง “ลิฟท์บ้าน”

ลิฟท์บ้าน (Home Elevator/ Home Lift) เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ทำให้เจ้าของบ้านสูงอายุ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมความเคยชินในบ้านหลังเดิม และช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงยังช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการขึ้น-ลงบันไดได้อีกด้วย

สำหรับลิฟท์บ้าน (Home Elevator) นั้นมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน
Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

ลิฟท์แบบดั้งเดิม: ลิฟท์ประเภทนี้เป็นลิฟต์ที่เราเห็นตามห้างสรรพสินค้าและโรงแรม ซึ่งใช้ระบบรอกและสายเคเบิล โดยสามารถเลือกขนาดตามความต้องการ (จำนวนคนบรรทุก และน้ำหนักโดยสารรวม) และ ตกแต่งภายใน ลิฟท์ได้ตามต้องการ

แต่ลิฟท์ระบบนี้ มีข้อเสียที่จำเป็นต้องวางระบบงานก่อสร้างล่วงหน้า เพราะเป็นลิฟท์เต็มระบบ และจำเป็นต้องมีห้องเครื่องลิฟท์ และการก่อสร้างปล่องลิฟท์

อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถติดตั้งลิฟท์ไว้ภายในบ้านได้ ก็สามารถต่อเติมปล่องลิฟท์แบบติดตั้งภายนอก ให้เกาะกับผนังอาคารเดิมก็ได้ แต่ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงกว่าปกติ (ราคาเฉลี่ยประมาณ 1.0-1.5 ล้านบาทสำหรับระบบลิฟท์ขนาด 8 คน)

ลิฟท์แบบไฮดรอลิก: ลิฟท์ระบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในบ้านโดยเฉพาะ ใช้แรงดันของน้ำมันไฮดรอลิกในการยกห้องโดยสารขึ้น-ลง ทำให้เวลาที่ใช้ในการขึ้น-ลงอาจจะช้ากว่าลิฟท์แบบปกติบ้าง และอาจมีเสียงดังขณะใช้งาน แต่ข้อดีของลิฟท์ไฮดรอลิกนี้ คือไม่จำเป็นต้องมีห้องเครื่องลิฟท์ มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย จึงเหมาะสมกับบ้านสร้างเสร็จแล้ว และไม่เผื่อหรือไม่สามารถติดตั้งลิฟท์ระบบปกติได้

พื้นกันลื่น (Slippery Resistance Floor):

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

ความปลอดภัยในบ้านเป็นสิ่งสำคัญ…
จากข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุ “ลื่นหกล้ม” ภายในบ้าน เป็นสาเหตุที่ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของอุบัติเหตุโดยไม่ตั้งใจทั่วโลก โดยเฉพาะกับผู้มีอายุเกิน 65 ปี


และในทุกๆ ปี การลื่นหกล้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลื่นล้มในห้องน้ำและห้องครัว ที่ใช้พื้นที่มีผิวลื่น (และจะอันตรายยิ่งขึ้นเมื่อเปียกน้ำ) เป็นข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด สำหรับการออกแบบหรือปรับปรุงบ้านที่มีผู้สูงอายุ

ค่า R (Slip Resistance Rating) หรือที่เรียกว่า Ramp Test Rating เป็นค่ามาตรฐานที่ใช้วัด ความต้านทานการลื่น ของพื้นผิว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้อง หิน หรือพื้นเคลือบต่าง ๆ ซึ่งกำเนิดมาจาก ประเทศเยอรมนี และเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน DIN 51130 (Deutsches Institut für Normung – German Institute for Standardization) โดยค่า R จะมีค่าตั้งแต่ R9 จนถึง R13 โดยค่า R ที่สูง จะมีความฝืดมาก

การเลือกใช้วัสดุปูพื้นที่มีค่า R หรือ Slip Resistance Rating สูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานพื้นที่เปียกมากขึ้น เนื่องมีความฝืดมากกว่า ทำให้ไม่ลื่นล้มหรือเสียการทรงตัวได้โดยง่าย โดยค่า R ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่เปียกภายในบ้าน คือ

  • ค่า R10: เหมาะสำหรับส่วนที่โดนน้ำบ่อย แต่มีน้ำไม่มาก เช่น ห้องครัว หรือส่วนแห้งของห้องน้ำ กระเบื้อง R10 มักมีผิวขรุขระเล็กน้อยและไม่มันวาว

 

  • ค่า R11: เหมาะสำหรับส่วนที่มีน้ำมาก เช่น ส่วนอาบน้ำ กระเบื้อง R11 มีผิวสัมผัสที่หยาบขึ้น ช่วยเพิ่มแรงเสียดทานและลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม

นอกจากพื้นกระเบื้องที่ต้องระวังแล้ว พื้นหินอ่อน และ/หรือหินแกรนิต รวมไปถึงหินขัด ก็เป็นวัสดุปูพื้นที่มีความลื่นและต้องระวังด้วยเช่นกัน


ในปัจจุบัน บ้านส่วนใหญ่ของคนกลุ่ม Silver Age มีการปลูกสร้างและมีการ ออกแบบตกแต่งภายใน ไว้เรียบร้อยแล้ว การรื้อวัสดุพื้นออกแล้วปูใหม่ เป็นทางเลือกที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และเสียเวลามากเลยทีเดียว ดังนั้น น้ำยากันลื่น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และไม่ต้องรื้อพื้นเดิมเพื่อปูพื้นใหม่ โดยการเคลือบน้ำยากันลื่นจะทำให้พื้นเดิม มีความฝืดมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่สภาวะแห้งหรือเปียกน้ำ ทำให้กลุ่ม Silver Age สามารถเดินภายในบ้านได้อย่างสบายใจมากขึ้น (อาจต้องทำปีละครั้ง หรือ 2-3 ปีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่เลือกใช้)

นอกจากนี้ หากไม่ต้องการเปลี่ยนพื้น หรือมาเคลือบน้ำยากันลื่นบ่อยๆ ทางเลือกในการปรับผิวหน้าของหินให้เป็นผิวหยาบหรือผิวเผาไฟ (Sanding / Honing) เพื่อลดความลื่นของหินลง ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ และยังช่วยเพิ่มความหลากหลายของสีและลายของหินพื้นได้อีกด้วย


ทั้งนี้ สำหรับบ้านหลังใหม่ การเลือกใช้พื้นกันลื่นที่มีค่า R10–R11 จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพื่อความปลอดภัย และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดกับตัวเรา หรือคนรอบข้างของเราได้ แต่หากไม่ต้องการปรับปรุงพื้นบ้านใหม่ทั้งหมด การเลือกใช้น้ำยากันลื่น หรือการขัดผิดหน้าหิน ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

บ้านไม่มีสเต็ป (Step-free Home):

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

สำหรับคนในยุคก่อนปี 80-90 จะนิยมบ้านที่มี Step เพื่อแบ่ง Space ให้สวยงาม นอกจากนี้ บ้านบางหลังก็นิยมติดตั้งธรณีประตู หรือ curb บนพื้น เพื่อป้องกันสัตว์ร้ายและแมลงเข้าบ้าน ซึ่ง Step ภายในบ้าน รวมถึง Curb ต่างๆ เป็นจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุภายในบ้านมากที่สุดจุดหนึ่งเลยทีเดียว

แต่แนวคิดใน การออกแบบตกแต่งภายใน บ้าน ในปัจจุบัน จะพยายามลด Step ลงให้เหลือน้อยที่สุด แม้แต่ในส่วนเปียกของห้องน้ำหรือ Shower ของ Trend บ้านใหม่ในยุโรป ก็จะไม่มีการทำ Curb หรือ Step อีกต่อไป โดยลดเหลือเพียงการตั้ง Slope การลาดเอียง เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้ได้ห้องน้ำสวยๆ ไม่มี Step หรือ Curb ให้เดินสะดุดอีกต่อไป

สำหรับบ้านของกลุ่ม Silver Age ในปัจจุบัน หากมี Step หรือ Curb ที่อาจเป็นอันตรายต่อการใช้งาน สมควรมีการปรับปรุงเพื่อให้บ้าน ปลอดภัยและสะดวกสบายในการใช้งานได้ในระยะยาว ดังนี้

 

  • กรณีที่พื้นมีธรณีประตู (Curb): ควรทำการรื้อถอนขอบพื้นออก เพื่อให้เดินง่าย ไม่สะดุด และใส่คิ้วที่พื้นหรือวัสดุปูพื้นชนิดเดียวกัน เพื่อเชื่อมต่อพื้นเดิมทั้งสองฝั่ง

 

  • กรณีที่พื้นต่างระดับกัน: ในกรณีนี้ ผู้ออกแบบมักจะเสนอแนะให้เจ้าของบ้านสร้าง Ramp หรือทางลาดสั้นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้รถเข็นสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเดิน และลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการเดินที่เคยชิน จนละเลยที่จะมองพื้นทางเดิน ทำให้เกิดการหกล้ม หรือการลงเท้าผิดจังหวะได้

ของสะสม (Personal Collection):

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

ข้อได้เปรียบของชาว Silver-Age วัยเก๋าทั้งหลาย คือ ประสบการณ์ ทั้งในเรื่องของการทำงาน และการเดินทาง ที่มากกว่าวัยอื่นๆ ส่งผลให้วัยนี้ มีของสะสมเยอะกว่า อีกทั้งยังมีมูลค่า และ/หรือคุณค่า มากกว่าวัยอื่นๆ


โดยยิ่งเวลาผ่านไป ของสะสมเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะบอกเล่าตัวตนของเจ้าของ และทำให้มีความสุขทุกครั้งที่ได้ระลึกถึงความทรงจำอันมีค่าที่ถูกจดจำเอาไว้ในของสะสม

ของสะสมของชาว Silver-Age ส่วนใหญ่จะไม่เพียงแต่มีค่าในเชิงวัตถุ แต่ยังมีค่าในเชิงอารมณ์และความทรงจำ เช่น ของสะสมจากการเดินทางต่างประเทศ, งานศิลปะที่ได้รับจากงานอีเวนต์สำคัญ, หรือของที่ได้รับจากการทำงานหรือโครงการสำคัญต่างๆ ทุกชิ้นล้วนมีเรื่องราวที่สามารถเล่าให้คนรุ่นหลังได้ฟัง การมีของสะสมเหล่านี้ในบ้านทำให้บรรยากาศของบ้านเต็มไปด้วยความหมายและความอบอุ่น

สำหรับเจ้าของบ้านที่มีของสะสมมากมาย การจัดพื้นที่สำหรับของสะสมเหล่านี้ให้เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการจัดวางของสะสมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่ยังสามารถสร้างพื้นที่พิเศษที่ช่วยเพิ่มความสุขในการใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัว หรือแม้กระทั่งเรื่องเล่าระหว่างการสังสรรค์กับเพื่อนฝูง

การออกแบบ Display ภายในบ้าน ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างชั้นวางของแบบทั่วๆ ไป แต่จำเป็นต้องได้รับการศึกษา และออกแบบให้มีความเหมาะสม สำหรับของสะสมแต่ละชนิด รวมถึงจะต้องเข้ากับตัวบ้านทั้งในแง่ของ Space และ Style อีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว Display Cabinet บางหลัง ยังต้องคำนึงถึงการควบคุมอุณหภูมิ หรือความชื้น เพื่อให้สามารถดูแลรักษาของสะสมประเภทต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และคงอยู่ตราบนานเท่านาน


ดังนั้น การเลือกใช้บริการ ออกแบบตกแต่งภายใน ของทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์สูง และเข้าใจในคุณค่าของของสะสมเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

บ้านปลอดสารพิษ (Chemical-Free Home):

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

ในวงการตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ไม้ ยังคงยืนหนึ่งและเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องทั้งในอดีตจวบจนปัจจุบัน เนื่องจากไม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ที่มีความสวยงามและให้ความรู้สึกอบอุ่น และ สามารถดัดแปลงหรือแปรรูปเป็นอาคาร ที่พักอาศัย ตลอดจนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ให้เราใช้งานกันในชีวิตประจำวัน และถือเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่สำคัญที่สุดของมนุษย์เลยทีเดียว

แต่ในปัจจุบัน ที่ทรัพยากรธรรมชาติเริ่มมีจำกัด การใช้ไม้จริงจึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการในตลาดได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงมีการคิดค้นแผ่นไม้ที่แปรรูปมาจากไม้จริง หรือเยื่อไม้ชนิดต่างๆ เพื่อทดแทนการใช้ไม้จริงเหมือนในอดีต

ในการสร้างแผ่นไม้เพื่อใช้ทดแทนไม้จริงนั้น มีกรรมวิธีการผลิตที่หลากหลาย และแนวคิดที่แตกต่างกัน ทำให้ไม้แปรรูปในปัจจุบัน ทำมาจากวัสดุหลากหลายประเภท เช่น แผ่นไม้อัด จะทำจากเยื่อไม้จำนวนมากมาอัดซ้อนติดกันด้วยกาวและแรงดันสูง ทำให้เกิดเป็นแผ่นไม้ที่เรียบพร้อมใช้งาน หรือแผ่นไม้ Particle Board (PB) ที่ทำจากเศษไม้ชิ้นเล็กๆ จำนวนมากมาผสมกับเรซินและกาว ก่อนจะปล่อยให้แข็งตัว กลายเป็นแผ่นไม้ รวมถึงแผ่น MDF หรือ HMR ที่นำเอาเยื่อกระดาษ ที่จากกากอ้อย หรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ มาอัดด้วยกาวและแรงดัน ก็ได้เป็นแผ่นไม้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดี สิ่งที่แฝงมากับแผ่นไม้ที่ผ่านการแปรรูปเหล่านั้น คือสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยง่าย โดยเฉพาะในอุณหภูมิห้อง หรือ Volatile Organic Compounds (VOC) โดยสารประกอบเหล่านี้ โดยเฉพาะ Formaldehyde ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในกาวที่ใช้ในอุตสาหกรรมไม้
ดังนั้น แผ่นไม้แปรรูปส่วนใหญ่จึงมี VOC สูงตามมาด้วยเสมอ

ต่อมา กลุ่มผู้บริโภคในสหภาพยุโรป ได้สังเกตุเห็นว่าเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป (Knock-down Furniture) ที่ขายกันอยู่ทั่วโลก ทำให้เกิดกลิ่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก จนทำให้สหภาพยุโรป ได้ออกค่ามาตรฐาน หรือค่า E เพื่อบังคับให้เฟอร์นิเจอร์ Knock-down ทุกรายที่ขายในสหภาพยุโรป ต้องมีค่าการระเหยของสารพิษอันตรายหรือ Formaldehyde ไม่เกินค่าที่กำหนด

โดยค่ามาตรฐาน E นั้น แบ่งออกเป็น E0, E1 และ E2 โดยค่า E0 จะเป็นค่าที่ดีที่สุด และปล่อยสารระเหยออกมาในปริมาณที่น้อยมากจนไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในขณะที่ E2 เป็นค่าที่มากที่สุด และไม่สามารถขายในสหภาพยุโรปได้

และเนื่องด้วยในประเทศไทยของเรายังไม่มีข้อกำหนดนี้ ทำให้แผ่นไม้ประเภทไม้อัดคุณภาพต่ำ, HMR, MDF และ Particle Board ที่ใช้ในเฟอร์นิเจอร์ Knock-down ยังใช้ไม้ประเภท E2 อยู่ ซึ่งเราจะสังเกตุได้ ในเวลาที่กลับบ้านแล้ว ได้กลิ่นฉุนๆ แสบจมูก แสบตา นั่นแสดงว่ามีเฟอร์นิเจอร์ที่มีค่า E2 อยู่ภายในบ้านของเรา

สำหรับกลุ่ม Silver Age ที่ไวต่อสารระเหยเหล่านี้ ควรเลือกใช้เฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพสูง ใช้ไม้ปลอดสารพิษ (E0) เพื่อให้บ้านที่พักอาศัย เป็นสถานที่ที่เราอาศัยได้อย่างสบายใจ และสูดหายใจได้อย่างเต็มปอด
การผลิตเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง ของ BAREO ไม่เพียงแต่เลือกใช้ไม้เกรด E0 แต่ยังทีมงานผลิตของเรา ยังเลือกใช้กาวพิเศษสำหรับเฟอร์นิเจอร์เกรด E0 มาใช้ในกระบวนการผลิตด้วยเช่นกัน

Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน
Interior Design ออกแบบภายใน ตกแต่งภายใน บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ออกแบบและตกแต่งภายใน ตกแต่งภายในคอนโด ออกแบบภายในบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน

นอกจากนี้ ส่วนสำคัญของเฟอร์นิเจอร์ไม้อีกประการหนึ่ง คือขั้นตอนการทำสีเคลือบผิวไม้

การทำสีของเฟอร์นิเจอร์นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการทำเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงเป็นการช่วยถนอมไม้ให้คงทน และเหมาะสมกับการใช้งานอีกด้วย

ซึ่งในการทำสีแบบดั้งเดิม จะมีการใช้สีประเภท Solvent Base หรือมีทินเนอร์เป็นตัวทำละลาย ซึ่งหลังจากการทำสีเสร็จ ก็จะมีกลิ่นทินเนอร์ติดอยู่ในบ้านไม่น้อยกว่า 72 ชั่วโมง ซึ่งกลิ่นทินเนอร์นี้ เป็นสารระเหยอีกชนิดหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเช่นกัน

ที่ BAREO เราเลือกใช้ สีสูตรน้ำ ที่ปราศจากสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นสีมาตรฐานของบริษัท ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งสีสูตรน้ำของเรา ช่วยให้บ้านปลอดภัยและไม่มีกลิ่นเหม็นของสารเคมี การเลือกใช้สีสูตรน้ำที่ปลอดสารพิษจึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยให้บ้านของเราปลอดภัยต่อสมาชิกตัวน้อยในครอบครัว ไปจนถึงกลุ่ม Silver Age ที่ทรงคุณค่าเลยทีเดียว

การเลือกใช้ไม้แปรรูปที่มีคุณภาพสูงและสีสูตรน้ำที่ปลอดภัย บาริโอจึงมั่นใจได้ว่าทุกโครงการที่เราทำขึ้นไม่เพียงแต่จะสวยงามและทนทาน แต่ยังปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคนในบ้านอีกด้วยค่ะ

Smart Wellness Lifestyle คือรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่ ที่ผสาน “ความสะดวก” เข้ากับ “ความมีระดับ” อย่างลงตัว ผ่านงานออกแบบที่เข้าใจทั้งรสนิยมและความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหางานดีไซน์ที่ยกระดับไลฟ์สไตล์ให้เหนือกว่าเดิม หรือต้องการออกแบบตกแต่งภายใน เนรมิตบ้านของคุณให้กลายเป็นบ้านหรูที่พร้อมเพื่อวัย 50+ อย่างสง่างาม… Bareo ยินดีให้คำปรึกษาและดูแลทุกดีเทลของบ้านคุณ

  • LINE Official: @bareo
  • Facebook Fanpage: Design by Bareo
  • โทร: 083-899-9989

เขียนโดย : Than.T (ธันย์ชนก ธรรมกุลางกูร)

จบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 2019 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้าน Business Design จาก Domus Academy (Milan) ด้วยเกรด 106/110 ในปี 2020

จากนั้นเข้ารับการอบรมหลักสูตร “Chinese for Foreigners” เป็นเวลา 1 ปีที่ Donghua University (Shanghai) และได้รับเกียรติบัตร “Excellent Student” ในภาคการศึกษาที่ 1 และ 2 ของปี 2024–2025

สนใจงานออกแบบและการเขียนมาตั้งแต่วัยมัธยม โดยเริ่มต้นเขียนบทความแรกตั้งแต่ชั้น ม.3 และสานต่อมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการเขียนเกี่ยวกับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม งานศิลปะ และการตกแต่งภายใน

ที่ปรึกษางานเขียน :

คุณวรวุฒิ ธรรมกุลางกูร

Interior Designer และผู้ก่อตั้งบริษัท Bareo Co.,Ltd.

ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานออกแบบตกแต่งภายในระดับแนวหน้าของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 35 ปี ในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความงาม และสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอย่างลึกซึ้ง พร้อมบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทีมออกแบบที่พาโครงการของบริษัทคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย คือเครื่องยืนยันถึงวิสัยทัศน์ ความชำนาญ และความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการออกแบบไทยสู่เวทีโลก

รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio  หรือสนใจบริการออกแบบตกแต่งภายในสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 408-1341 – 44 และ 083-899-9989 line ID : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.

Share This Post

Tag:

BAREOInterior DecorationInterior DesignInterior Design and DecorationSilver Age ElegancyThan.Tตกแต่งภายในรับออกแบบตกแต่งภายในออกแบบตกแต่งภายในบ้านออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรูออกแบบภายในออกแบบและตกแต่งภายใน

CONTENT RELATED

Portfolio