Villa Le Rac
“บ้านเปี่ยมรัก”
Bangkok, Thailand
“บ้าน” คือสถานที่ที่หลอมรวมช่วงเวลาอันล้ำค่า ที่สมาชิกในครอบครัวค่อยๆ ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมา… แล้วจะงดงามเพียงใด หากแนวคิดของ “บ้าน” ถูกถักทอขึ้นจากความทรงจำเหล่านั้นตั้งแต่ต้นทาง จนกลายเป็นพื้นที่ที่แสนอบอุ่น… “Villa Le Rac… บ้านเปี่ยมรัก” ที่อบอวลไปด้วยความทรงจำของการเดินทางที่สวยงาม
เจ้าของบ้านหลังนี้เป็นสามี-ภรรยานักออกแบบตกแต่งภายในคู่หนึ่งที่ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 40 ปี ทั้งในเรื่องความรักและการใช้ชีวิต หลังจากที่พวกเขาใช้เวลาหลายสิบปีในการสร้างสรรค์พื้นที่สวยงามให้กับผู้อื่น พวกเขาตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่จะออกแบบ “พื้นที่ที่เป็นของตัวเองจริง ๆ”
…นั่นคือบ้านหลังที่สองสำหรับครอบครัวของพวกเขา
พื้นที่ที่เลือกคือบริเวณขนาด 290 ตารางเมตร ภายในอาคารสำนักงานส่วนตัว ซึ่งจะเป็นที่พักผ่อนหลังจากการทำงานอันยาวนาน และที่สำคัญที่สุด… เป็นบ้านที่สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกในอนาคต
ตั้งแต่แรก ความตั้งใจของพวกเขาชัดเจนและเรียบง่าย คือ การสร้าง “บ้านที่เต็มไปด้วยความรัก”… บ้านที่บรรจุความอบอุ่นของความทรงจำ และความสุขเล็ก ๆ ของชีวิตครอบครัว
ครอบครัวของพวกเขามีสมาชิก 5 คน คือ คุณพ่อ คุณแม่ และลูกทั้งสามคนที่เติบโตแล้ว และมักให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกันเสมอ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่ทั้งครอบครัวจะเดินทางไปทั่วโลก ช่วงเวลานั้นพวกเขาไม่ได้เก็บเกี่ยวแค่ของที่ระลึกแต่คือ “ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน”
เมื่อเวลาผ่านไป บ้านของพวกเขากลายเป็นเหมือน “แกลเลอรีแห่งความทรงจำ” เต็มไปด้วยภาพถ่าย ของสะสม และเรื่องราวในแต่ละชิ้น… เศษเสี้ยวของความทรงจำเหล่านี้ ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบบ้านหลังใหม่หลังนี้
เมื่อแนวคิดเริ่มชัดเจน คำถามใหม่ก็เกิดขึ้น คือ “บ้านหลังนี้ควรชื่อว่าอะไร?”
พวกเขาลองตั้งชื่อหลายแบบ หลายภาษา แต่ไม่มีชื่อไหนรู้สึก “ใช่” จริงๆ จนกระทั่งได้พบกับชื่อ Villa Le Lac ผลงานของสถาปนิกระดับตำนาน Le Corbusier
คำว่า “Villa” แม้ไม่ใช่ภาษาไทย แต่ในวงการออกแบบ มันสื่อถึง “บ้าน” ที่งดงามและเป็นที่พักพิง ส่วนคำว่า “Le Lac” ที่แปลว่า “ทะเลสาบ” ถูกนำมาดัดแปลงใหม่เป็น “Le Rac” ซึ่งอ่านแบบไทยว่า “เลอรัก” หมายถึง “เต็มไปด้วยความรัก”
และนั่นคือจุดกำเนิดของ Villa Le Rac “บ้านที่เปี่ยมไปด้วยความรัก”
ตั้งแต่นั้นมา บ้านหลังนี้ก็ยังคง “เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก” แทรกซึมอยู่ในทุกมุม และโอบกอดทุกคนที่ก้าวเข้ามา ต้อนรับพวกเขาให้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่งดงาม
บรรยากาศการท่องเที่ยวที่สมาชิกของบ้านหลังนี้ชื่อชอบที่สุด คือ การท่องเที่ยวท่ามกลางหิมะในช่วงฤดูหนาว ดังนั้นคอนเซปการออกแบบบ้านหลังนี้จึงเป็น “Our First Snow” ความทรงจำที่งดงามและมีความสุข ของครั้งแรกที่ได้เห็นหิมะโปรยปราย
พื้นที่ Lift Hall ถูกออกแบบด้วยโทนสีขาวเพื่อสื่อถึงแนวคิด “Our First Snow” และเพื่อสร้างบรรยากาศเหมือน “ถนนในเมืองฤดูหนาว” ทีมออกแบบได้นำองค์ประกอบของ ต้น Elm มาผสานกับพื้นหิน Travertine ที่ต่อเนื่องจาก Lift Hall เข้ามาถึงบริเวณ Foyer
เมื่อเข้ามาจาก Foyer ผู้มาเยือนจะถูกนำเข้าสู่พื้นที่ Dining ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางพื้นที่ ติดกับ Pantry แบบ U-Shape ขนาดใหญ่ที่เป็น Open-plan และใช้ ไม้ Yakisugi สีดำ หรือ ไม้ซึ่งใช้เทคนิคญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม (เผาผิวไม้) มาเป็นวัสดุหลักในการตกแต่งภายใน
นอกจากนี้พื้นที่ทั้งหมดยังเปิดโล่งเชื่อมต่อกับ Living Lounge ที่ถูกออกแบบให้เป็น “หัวใจของบ้าน” ด้วยการวางโซฟารูปตัว U ขนาดใหญ่ใต้หน้าต่างบานใหญ่สูง 6 เมตร ซึ่งใช้เป็นพื้นที่รวมตัวของครอบครัว สำหรับการพักผ่อน ใช้เวลาร่วมกันตลอดวัน
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Apartment หลังนี้ คือ บันไดเวียน (Spiral Staircase) ที่ออกแบบให้ไหลไปตามเส้นโค้งของผนัง และดูเป็น Sculpture ชิ้นหนึ่งในงานออกแบบ ทำให้พื้นที่ Main Hall บริเวณนี้กลายเป็นเหมือน “บ้านในเทพนิยายสมัยใหม่” ที่ทั้งหรูหรา มีเสน่ห์ และ Timeless
นอกจาก Main Hall แล้ว พื้นที่บริเวณชั้นล่างยังประกอบด้วย Double Suite หรือห้องนอนอีกสองห้องและห้องน้ำตรงกลาง โดยพื้นที่บริเวณนี้สามารถเปิดเพื่อเชื่มต่อกับพื้นที่ Main Hall ก็ได้ หรือจะปิดประตูเพื่อกั้นโซนเอาไว้ก็ได้เช่นกัน
Bedroom 1 ถูกออกแบบในสไตล์ Classic Contemporary เน้นความสง่างามแบบร่วมสมัย โดยจะเน้นการใช้โทนสีอ่อน และเส้นสายคลาสสิกมาเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ และตกแต่งด้วย Stainless สีทอง เพื่อเพิ่มความหรูหราและอบอุ่น
ในขณะที่ Bedroom 2 จะมาในแนวคิด Modern Minimalist ที่เน้นเส้นสายสถาปัตยกรรมที่ชัดเจน ใช้โทนสีขาวสะอาด มีความเรียบง่ายที่มีความประณีต ให้ความรู้สึกสงบ โปร่ง และร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
ห้องน้ำส่วนกลางนี้ ถูกออกแบบให้เป็น “จุดเชื่อม” ระหว่างห้องนอนทั้งสอง ที่ผสมผสานความ Minimal เข้ากับความ Luxury โดยวัสดุหลักที่ใช้งานในโซนนี้ ได้แก่ หินอ่อน Crystal White Premium และ Mosaic Tiles สีทอง
เมื่อขึ้นบันไดเวียนมาถึงชั้นสอง สิ่งแรกที่จะพบก็คือ The Galleria ที่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักใจเล็กๆ และเป็นมุมโปรดของทุกคนในบ้าน โดยเจ้าของบ้านตั้งใจให้พื้นที่นี้เป็นมุมอ่านหนังสือ หรือ พื้นที่นั่งผ่อนคลายเงียบๆ โดยมีภาพความทรงจำของคนในครอบครัวแขวนอยู่รอบๆ เสมือน Gallery ที่รวบรวมความทรงจำอันล้ำค่าเอาไว้
ห้องน้ำส่วนกลางนี้ ถูกออกแบบให้เป็น “จุดเชื่อม” ระหว่างห้องนอนทั้งสอง ที่ผสมผสานความ Minimal เข้ากับความ Luxury โดยวัสดุหลักที่ใช้งานในโซนนี้ ได้แก่ หินอ่อน Crystal White Premium และ Mosaic Tiles สีทอง
ห้องนอนที่ชั้นบนจะเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ 2 ห้อง หนึ่งในนั้นคือ Paris Suite เพราะปารีสคือเมืองที่เต็มไปด้วยความทรงจำสำคัญของเจ้าของบ้าน… พวกเขาจึงต้องการให้หนึ่งในห้องนอน ให้มีกลิ่นอายของ “ปารีส” ให้ความรู้สึกโรแมนติกและอ่อนโยน
ห้อง Paris Suite นี้จะเป็นการผสมผสานระหว่าง Classic Parisian Motif เข้ากับเส้นสายของสไตล์ Modern Luxury ผนังข้างเตียงถูกออกแบบให้เป็น Geometric ในขณะที่อีกฝั่งตกแต่งด้วยกระเบื้องอิฐสีขาวให้ความรู้สึก Cozy และ Classic
Paris Bathroom เป็นห้องน้ำที่ถูกออกแบบให้เป็นโทนสีขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเท่และคลาสสิก โดยเน้นการใช้กระจกและโมเสกเพื่อเพิ่มมิติให้กับห้อง และตัดด้วยเส้นหินสีดำ ให้ความรู้สึกเหมือน Luxury Boutique Hotel
ภายในห้องนอนใหญ่จะแบ่งออกเป็นส่วน Library และส่วนนอน
Library อยู่ติดกับ Master Bedroom ถูกออกแบบให้เป็นโทนสีขาว ตกแต่งด้วย Brick Texture และมีชั้นวางหนังสือสูงเต็มความสูงฝ้า ให้ความรู้สึก Cozy Luxury ที่เงียบสงบแต่ยังสง่างาม เป็นพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ พักผ่อน หรือสนทนาส่วนตัว ภายในห้องนอนแห่งนี้
Library สามารถเชื่อมต่อหรือปิดแยกส่วนกับ Master Bedroom ได้ด้วยชุดประตู Folding Glass Door ที่กั้นระหว่างสองโซนเอาไว้ และใช้กระจกลูกฟูกเพื่อรับแสงธรรมชาติจากทางฝั่ง Library แต่ก็ยังมี Privacy ในห้องนอนนั่นเอง
จุดเด่นของ Master Bedroom คือ หัวเตียงที่ออกแบบให้เป็น Sculpture Wall โดนเล่นกับดีไซน์และ Lighting ที่เป็นแสง indirect light ทำให้เกิดมิติและความน่าตื่นตา และอีกหนึ่งจุดเด่นของห้องนี้ก็ได้แก่ Walk-in Closet ที่เปิดโล่งแต่ยังถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนชัดเจน มีทั้งตู้เสื้อผ้าแบบเปิดโล่งโชว์เสื้อผ้า และแบบที่ปิดหน้าบาน วัสดุหลักของห้องนี้เน้นการใช้ไม้โทนสีเข้ม เพื่อให้ความรู้สึก Luxury แต่ก็ยังดูอบอุ่นและผ่อนคลาย
Master Bathroom ถูกออกแบบให้เป็น “Private Sanctuary” ที่มีการนำ Amazonite สีฟ้าเขียว มาเป็นวัสดุพิเศษเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับห้อง โดยจะใช้ความสงบของหินสีขาวอย่าง หินอ่อน Crystal White Premium ตัดกับโทนสีและ Texture ของ Amazonite ทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่นและแปลกตา
และนี่ก็คือโครงการ Villa Le Rac หรือ Duplex Apartment ที่ ออกแบบตกแต่งภายใน โดยบาริโอ บริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่มีประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษ (Since 1990) และมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองขนาดกว่า 3,000 ตารางเมตรอีกด้วย
ในพื้นที่ส่วน Pantry นอกจากไว้ทำอาหารแล้ว ยังเป็นส่วนที่สามารถใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวได้ โดยจะมีมุมสำหรับนั่งพักผ่อนและสนทนา โดยสามารถพูดคุยกับสมาชิกในบ้านที่กำลังทำอาหารหรือขนมอยู่ไปพลาง และ นั่งพักผ่อนหรือดู TV ไปพลางได้
หากท่านต้องการผลงานออกแบบ อินทีเรียคอนโด หรือ ออกแบบตกแต่งภายในที่ให้ความสวยและอบอุ่นไปตลอดกาล เช่นเดียวกับผลงานชุดนี้ สามารถเลือกใช้บริการออกแบบตกแต่งภายในครบวงจรแบบ Quintessentially Design Service หรือ QDS ของเราได้ในราคาพิเศษ เพียงเริ่มติดต่อขอนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษากับทีมออกแบบของเราได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในกรุงเทพและปริมลฑล
รับชมผลงานออกแบบตกแต่งภายในของ BAREO ได้ที่ Portfolio หรือ Design By Bareo สนใจบริการออกแบบตกแต่งภายสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 083-899-9989 หรือ LINE Official : @bareo ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.